หลักในการทำสัญญาอย่างง่าย

       สัญญาคือข้อตกลงกันระหว่างบุคคลสองฝ่ายเพื่อให ้มีผลผูกพันกันในทางกฎหมาย  เมื่อบุคคลสองฝ่ายมีความประสงค์ที่จะทำสัญญาต่อกัน  สิ่งที่มีความสำคัญและต้องคำนึงถึงในการทำสัญญาซึ่งจะขาดไปเสียมิได้เพราะหากมีกรณีการผิดสัญญากันเกิดขึ้น ก็อาจจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่คู่สัญญาที่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย  ดังนั้นหลักในการทำสัญญาเบี้องต้นมีดังต่อไปนี้


       ส่วนที่หนึ่งบทนำของสัญญา
๑.ชื่อสัญญา  โดยทั่วไปชื่อสัญญาจะบ่งบอกถึงเนื้อหาในการทำสัญญา หากชื่อสัญญาและเนื้อหาของสัญญาไม่ตรงกันอาจจะทำให้เกิดความเสียหายและทำให้เสียกรรมสิทธิในทรัพย์สินได้หากข้อสัญญาไม่ชัดเจน  เช่นในการทำสัญญาเช่ารถยนต์
ผู้ให้เช่าทำหนังสือสัญญาเช่าโดยเขียนชื่อสัญญาว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ  ดังนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาในทางกฎหมายได้
๒.วันที่ทำสัญญา  จะให้ประโยชน์ในแง่ของการเริ่มต้นกำหนดนัดเช่นกำหนดนัดส่งมอบกำหนดชำระเงิน กำหนดวันสิ้นสุดของสัญญา กำหนดอายุความ   เช่น  ในสัญญาเช่าซื้อ วันที่ทำสัญญามักจะเขียนไว้มุมขวาบนของสัญญา
๓.สถานที่ทำสัญญา  กำหนดไว้เพื่อให้รู้ว่าหากมีคดีขึ้จะฟ้องร้องกันที่ศาลไหนเพราะสถานที่ทำสัญญานั้นเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิด  เช่นในสัญญาซื้อขายสินค้า มักจะกำหนดไว้เป็นส่วนแรกของสัญญา
๔.คู่สัญญา 
   ๔.๑) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
-ชื่อ-นามสกุลคู่สัญญา   เป็นสิ่งสำคัญเพื่อที่จะได้ทราบว่าคู่สัญญาเป็นใคร  มีชื่อจริง นามสกุลจริงว่าอย่างไร  ซึ่งเป็นประโยชน์ในการที่จะตรวจสอบของคู่สัญญาว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลตามทะเบียนราษฎรจริง เช่น ในสัญญากู้ยืมเงิน  ต้องระบุชื่อคู่สัญญาว่ามีชื่อและนามสกุลจริงว่าอย่างไร
-ฐานะของคู่สัญญา   ในการทำสัญญาต่างๆคู่สัญญาต้องระบุให้ชัดเจนว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร เพื่อแสดงถึงสิทธิและหน้าที่ของตนตามสัญญาที่ทำขึ้น    เช่น ในสัญญาค้ำประกันการกู้เงิน ต้องกำหนดไว้ว่าใครอยู่ในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน
-อายุ  เพื่อที่จะได้ทราบว่าคู่สัญญาเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการทำสัญญาเพราะหากเป็นบุคคลที่กฎหมายจำกัดความสามารถไม่ให้ทำสัญญา สัญญาที่ทำขึ้นก็อาจจะไม่มีความสมบูรณ์ตามกฎหมาย  บุคคลดังกล่าวคือ ผู้เยาว์
บุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถและบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย  เช่นในการทำสัญญา กู้ยืมเงิน  หากคู่สัญญามีอายุ ๑๙ ปี ก็มิอาจจะเป็นคู่สัญญาได้หากมิได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ด้วยเหตุ
แห่งการเป็นผู้เยาว์
-เลขบัตรประจำตัวประชาชน   เพื่อให้ทราบว่าคู่สัญญาเป็นบุคคลตามทะเบียนราษฎรจริง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบหากภายหลังคู่สัญญาทำการเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล หรือมีการเปลี่ยนที่อยู่อันเป็นภูมิลำเนาหากมีกรณี
ดังกล่าวก็สามารถตรวจสอบได้จากฝ่ายทะเบียนของสำนักงานเขตหรืออำเภอทั่วประเทศ  เช่น ในสัญญาจำนอง ผู้จำนองต้องกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตนลงในสัญญา
-ที่อยู่ของคู่สัญญา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการส่งคำบอกกล่าว หรือบอกถึงเขตอำนาจศาลในกรณีที่ต้องฟ้องคดีที่ภูมิลำเนาของคู่สัญญา
   ๔.๒) กรณีเป็นนิติบุคคล     เช่นห้างหุ้นส่วนสามัญ  บริษัท วัด มัสยิด โบสถ์คริสต์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ
-ผู้มีอำนาจกระทำแทน  ต้องดูว่าใครเป็นผู้มีอำนาจที่จะกระทำการแทน ซึ่งต้องดูจากข้อบังคับที่ได้จดทะเบียน แล้วแต่กรณี  เช่นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล กระทำแทนโดยหุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัทกระทำการแทนโดยกรรมการผู้จัดการ
วัด โดยเจ้าอาวาส  องค์การบริหารส่วนตำบล  โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลฯ  ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนี้มีความสำคัญเพราะเป็นผู้กระทำการต่างๆแทนนิติบุคคลตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น ดังนั้นหากผู้ลงนามในสัญญา
มิใช่ผู้มีอำนาจก็จะทำให้สัญญานั้นไม่ผูกพันนิติบุคคลแต่จะผูกพันผู้ที่ลงนามนั้นแทน และต้องประทับตรานิติบุคคลไว้เป็นสำคัญ เช่น ในสัญญาให้กู้เงินของบริษัทหนึ่งๆ การลงนามในสัญญาต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการ และประทับตราบริษัทเป็นสำคัญด้วย


       ส่วนที่สองเนื้อหาของสัญญา
๑.ข้อสัญญาในส่วนของคู่สัญญาที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน     ต้องมีการระบุว่าใครเป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่ว่าคู่สัญญาหรือนิติบุคคลและต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างไร   เช่น  เนื้อที่   ชั้น   ที่ตั้ง  ตำบล   อำเภอ   จังหวัด ฯลฯ    ซึ่งต้องมีการระบุข้อตกลงว่า มีความประสงค์ที่จะจำหน่าย จ่าย โอน ให้  ไปซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวนั้น เช่นในสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ฝ่ายผู้ขายต้องระบุไว้ว่า ผู้ขายมีความประสงค์ที่จะขายที่ดินของตน มีเนื้อที่เท่าใด  เลขโฉนดที่ดินที่อะไร  ตั้งอยู่ที่ใด
๒.ข้อสัญญาในส่วนของคู่สัญญาที่ได้ตกลงกันในอันที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน หรือเกี่ยวกับสัญญา ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงในการซื้อขาย การเช่า การค้ำประกัน การจำนำ การจำนอง ฯ แล้วแต่สัญญา ซึ่งต้องระบุให้ครบถ้วนถึงการที่ตนจะผูกพันกันทางกฎหมาย 
กำหนดราคา ค่าเช่า ค่าตอบแทนฯ กำหนดวันนัดส่งมอบ  การโอนกรรมสิทธิ์   การจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่     เช่นในสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาจจะมีข้อตกลงว่าห้ามผู้เช่านำที่ดินที่เช่าไปให้ผู้อื่นเช่าซื้อช่วงต่อ
๓.ข้อสัญญาในส่วนของข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ การจัดการ การเช่า การโอนกรรมสิทธิ์  ต้องตกลงกันว่าจะมีวิธีการปฏิบัติต่อทรัพย์สินเช่นไร  เช่นในสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ อาจมีข้อตกลงว่า จะมีการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อทางทะเบียนเมื่อใด
๔.ข้อสัญญาเรื่องความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สิน  เช่น ในสัญญาซื้อขายทรัพย์สินอาจมีข้อตกลงว่าหากทรัพย์สินที่ขายมีความชำรุดบกพร่องภายหลังวันทำสัญญา ผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบ
๕.ข้อตกลงเกี่ยวกับการผิดสัญญา  ส่วนใหญ่ในสัญญาทั่วๆไปมักจะระบุว่าหากมีการผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ก็ให้ถือว่าเป็นการผิดสัญญาหมดทุกข้อ เช่นในสัญญาจะซื้อขายอาคารชุดมักจะระบุข้อความดังกล่าวไว้ท้ายสัญญา
๖.ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการทำสัญญา เช่น ในสัญญาขายฝากอาจมีข้อตกลงกันว่าค่าฤชาธรรมเนียมในการโอนทรัพย์สินให้ฝ่ายผู้ซื้อออกใช้แต่ฝ่ายเดียว
๗.ข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี เช่นในสัญญากู้ยืมเงินอาจมีข้อตกลงเกี่ยวกับการชำระดอกเบี้ยต่อเดือนหรือต่อปี ซึ่งไม่เกินกำหนดดังกล่าว
๘.ข้อความว่าสัญญาได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับและคู่สัญญาได้เข้าใจข้อความในสัญญาถูกต้องตรงกันในวันทำสัญญา  อันเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นสิ่งยืนยันว่าสัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยเจตนาของคู่สัญญา  ทั้งเป็นหลักฐานแห่งการทำสัญญาด้วยเช่นในสัญญานายหน้าค้าที่ดิน


ตัวอย่างแบบสัญญา

สัญญาขายฝาก
สัญญาเช่ารถยนต์
สัญญาเช่าซื้อ
สัญญาซื้อขายสินค้า
สัญญากู้ยืมเงิน(มีหลักประกัน)
สัญญาค้ำประกันการกู้เงิน
สัญญากู้ยืมเงิน(ไม่มีหลักประกัน)
สัญญาจำนอง
สัญญาให้กู้ยืมเงินของบริษัท
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน
สัญญาเช่าที่ดิน
สัญญาเช่าซื้อรถยนต์
สัญญาซื้อขายทรัพย์สิน
สัญญาซื้อขายอาคารชุด
สัญญากู้ยืมเงิน(มีผู้ค้ำประกัน)
สัญญานายหน้าค้าที่ดิน

 

 

 

กิตติ์รัฐ  ประเสริฐฤทธิ์
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.