Home

 

ประกาศ เรื่องฉลาก (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522) 2/8

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Saturday, 16 May 2009 09:03


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหาร” หมายความว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหาร ซึ่งโดยการใช้จะมีการสัมผัสโดยตรงกับอาหารที่พร้อมจะบริโภค แต่ไม่หมายความรวมถึงอุปกรณ์ที่อยู่ภายใต้บังคับตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ว่าด้วยเรื่องภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร และเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหาร

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ที่ผลิตหรือขายหรือจัดหาหรือเก็บรักษาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

    ข้อ ๓  ให้อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) ช้อน   (๒) ส้อม   (๓) ตะเกียบ   (๔) ทัพพี   (๕) ตะหลิว   (๖) พาย   (๗) เขียง   (๘) หลอดสำหรับดูดเครื่องดื่ม

(๙) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคั้น   (๑๐) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบด   (๑๑) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับนวด   (๑๒) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทุบหรือตำ   (๑๓) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตัดหรือไส

    ข้อ ๔  อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารที่ควบคุมฉลากที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ตัวอุปกรณ์หรือภาชนะบรรจุ หรือจัดพิมพ์ฉลากสอดแทรกหรือรวมไว้กับตัวอุปกรณ์หรือภาชนะบรรจุ หรือจัดทำเป็นป้ายติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ตัวอุปกรณ์นั้นก็ได้

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

     ข้อ ๖  ให้อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมหรือการบริโภคอาหารที่ควบคุมฉลากที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

 ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๗๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๖ มิถุนายน ๒๕๒๘


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหาร” หมายความว่า ภาชนะกระดาษซึ่งโดยการใช้จะมีการสัมผัสโดยตรงกับอาหารที่พร้อมจะบริโภค

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็น ภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ที่ผลิตหรือขายหรือจัดหาหรือเก็บรักษาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

    ข้อ ๓  ให้ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) จาน   (๒) ชาม   (๓) ถ้วย   (๔) กระทง   (๕) ถาด   (๖) แบบพิมพ์อาหาร   (๗) กล่อง

    ข้อ ๔  ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลาก ที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากปิด หรือติดไว้ที่ตัวภาชนะหรือหีบห่อบรรจุ หรือจัดพิมพ์ฉลากสอดแทรกหรือรวมไว้กับตัวภาชนะหรือหีบห่อบรรจุ หรือจัดทำเป็นป้ายติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ตัวภาชนะนั้นก็ได้

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเช้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าว ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลากชนิดใด ซึ่งตามหลักอนามัย ควรใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง ให้มีคำเตือนว่า “อย่านำมาใช้ซ้ำ”

     ข้อ ๖  ให้ภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลาก ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘/๗ สิงหาคม ๒๕๒๘


  
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหาร” หมายความว่า ภาชนะไม้ซึ่งโดยการใช้จะมีการสัมผัสโดยตรงกับอาหารที่พร้อมจะบริโภค

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ที่ผลิตหรือขายหรือจัดหาหรือเก็บรักษาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  ให้ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) จาน   (๒) ชาม   (๓) ถ้วย   (๔) ถาด   (๕) แบบพิมพ์อาหาร

     ข้อ ๔  ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลาก ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ตัวภาชนะหรือหีบห่อบรรจุ หรือจัดพิมพ์ฉลากสอดแทรกหรือรวมไว้กับตัวภาชนะหรือหีบห่อบรรจุ หรือจัดทำเป็นป้ายติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ตัวภาชนะนั้นก็ได้

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลากชนิดใด ถ้าอาจเกิดความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพได้ง่าย ให้มีคำแนะนำและข้อควรระวังเกี่ยวกับวิธีใช้และการบำรุงรักษาไว้ด้วย

     ข้อ ๖  ให้ภาชนะไม้ที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลาก ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๑/๗ สิงหาคม ๒๕๒๘


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหาร” หมายความว่า ภาชนะโลหะซึ่งโดยการใช้จะมีการสัมผัสโดยตรงกับอาหารที่พร้อมจะบริโภค แต่ไม่หมายความรวมถึง ภาชนะโลหะเคลือบที่อยู่ภายใต้บังคับตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ว่าด้วยเรื่องภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร

 

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ที่ผลิตหรือขายหรือจัดหาหรือเก็บรักษาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

    ข้อ ๓  ให้ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) จาน   (๒) ชาม   (๓) ถ้วย   (๔) เหยือก    (๕) กระทะ   (๖) หม้อ   (๗) กะละมังหรืออ่าง   (๘) กระป๋อง   (๙) ถังน้ำ

(๑๐) แท็งก์น้ำ   (๑๑) กล่อง   (๑๒) กระติก    (๑๓) ถังสำหรับบรรจุน้ำแข็ง    (๑๔) ถาด    (๑๕) แบบพิมพ์อาหาร

     ข้อ ๔  ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลาก ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิดหรือติดไว้ที่ตัวภาชนะหรือหีบห่อบรรจุ หรือจัดพิมพ์ฉลากสอดแทรกหรือรวมไว้กับตัวภาชนะหรือหีบห่อบรรจุหรือจัดทำเป็นป้ายติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ตัวภาชนะนั้นก็ได้

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลากชนิดใด ถ้าอาจเกิดความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพได้ง่าย ให้มีคำแนะนำและข้อควรระวังเกี่ยวกับวิธีใช้และการบำรุงรักษาไว้ด้วย

    ข้อ ๖  ให้ภาชนะโลหะที่ใช้กับอาหารที่ควบคุมฉลาก ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

 ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔/๗ สิงหาคม ๒๕๒๘


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด” หมายความว่า อุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะการทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานเคมีไปเป็นพลังงานไฟฟ้า และมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เซลล์ที่ประกอบด้วยตะกั่ว ตะกั่วเจือ หรือตะกั่วออกไซด์ เป็นอิเล็กโตรดและกรดกำมะถัน (sulfuric acid) เป็นอิเล็กโตรไลด์

“ความจุ” หมายความว่า ปริมาณไฟฟ้าเป็นแอมแปร์-ชั่วโมง ซึ่งแบตเตอรี่ที่ประจุไฟจนเต็มแล้ว สามารถคายออกมาได้ในอุณหภูมิ อัตราการคายไฟ และแรงดันสุดท้ายตามที่กำหนดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ที่ผลิตหรือขายหรือจัดหาหรือเก็บรักษาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  ให้แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ตัวแบตเตอรี่ และต้องจัดให้มีเอกสารหรือคู่มือด้วย

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้า และสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) เลข อักษร หรือรหัสแสดงวัน เดือน และปีที่ผลิต

(๔) ความจุ โดยระบุหน่วยเป็นแอมแปร์-ชั่วโมง หรืออักษร Ah

(๕) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรืออักษร V

     ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทย ข้อความในเอกสารหรือคู่มืออย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) คำแนะนำการใช้แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เช่น ข้อปฏิบัติในการเตรียมแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน การติดตั้ง การประจุไฟ เป็นต้น

(๒) การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เช่น การทำความสะอาดส่วนที่สำคัญ การตรวจและเติมน้ำกลั่นเพื่อรักษาระดับของน้ำกรดให้อยู่ในระดับที่กำหนด การเก็บรักษาในระหว่างที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นต้น

(๓) ข้อควรระวังเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เช่น การป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เกิดการระเบิด การป้องกันอันตรายจากน้ำกรดในแบตเตอรี่ คำแนะนำให้ใส่เครื่องป้องกันตาขณะทำงานใกล้แบตเตอรี่ เป็นต้น รวมทั้งการปฐมพยาบาลในกรณีที่ได้รับอันตรายจากแบตเตอรี่ก่อนนำไปหาแพทย์

     ข้อ ๗  ให้แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่นำเข้าในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฐิติพร/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๔๗/หน้า ๕๑๐๓/๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๘


 
 

  
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดน้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด

เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด” หมายความว่า น้ำที่ผลิตขึ้นเพื่อมุ่งหมายสำหรับใช้ผสมกับกรดกำมะถัน (sulfuric acid) เพื่อทำเป็นอิเล็กโตรไลต์ในแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด หรือใช้เติมลงในแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เพื่อปรับความหนาแน่นสัมพันธ์ของอิเล็กโตรไลต์ให้มีค่าคงที่

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ดังกล่าว ต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ดังกล่าว ต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขายหรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

    ข้อ ๓  ให้น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๔  น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุ

    ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณี ที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณี ที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าว จะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ปริมาตรสุทธิของน้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่บรรจุเป็นลูกบาศก์เซนติเมตรหรือลูกบาศก์เดซิเมตร หรือสัญลักษณ์ของหน่วยดังกล่าว

    ข้อ ๖  ถ้าในฉลากจะใช้คำว่า “น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่” หรือมีภาพสัญลักษณ์หรือข้อความอย่างอื่น ซึ่งมีความหมายแสดงว่าเป็นสินค้าที่ใช้สำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด สินค้านั้นต้องมีคุณลักษณะและคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด

     ข้อ ๗  ให้น้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฐิติพร/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๙๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๖/๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๘


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

เรื่อง กำหนดกระดาษสำหรับพิมพ์และเขียนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “กระดาษสำหรับพิมพ์และเขียน” หมายความว่า กระดาษปอนด์ กระดาษปรู๊ฟ กระดาษอาร์ต หรือกระดาษอื่น ที่ทำขึ้นเพื่อพิมพ์ เขียน หรือคัดสำเนา ที่ขายเป็นรีม หรือขายตามจำนวนแผ่นโดยบรรจุเป็นหีบห่อ หรือใส่กล่อง

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่กระดาษที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) กระดาษดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) กระดาษดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  ให้กระดาษเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  กระดาษที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชนิดของกระดาษ

(๓) ขนาดกว้างยาวของกระดาษเป็นระบบเมตริก

(๔) น้ำหนักมาตรฐาน (กรัมต่อตารางเมตร)

(๕) จำนวนแผ่นขั้นต่ำ

     ข้อ ๖  ให้กระดาษที่ควบคุมฉลากที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๙๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๙/๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๘


  
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง กำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยปรากฏว่า ในขณะนี้ มีการจำหน่ายสินค้าประเภทหนึ่งในท้องตลาดใช้ชื่อว่าทินเนอร์ ซึ่งมิใช่ทินเนอร์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ควบคุมทินเนอร์อยู่แล้ว บางส่วนสินค้าที่เรียกว่าทินเนอร์นี้ ยังไม่มีการควบคุมโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผู้บริโภคมักจะนำสินค้าที่ใช้ชื่อว่าทินเนอร์นี้ ไปใช้ในการผสมสี ใช้ผสมกับแลคเกอร์ หรือใช้ล้าง หรือทำความสะอาดสิ่งต่างๆ และมีการนำไปใช้สูดดม โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง สมควรกำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อควบคุมให้ทำฉลาก โดยระบุวัตถุประสงค์ของการใช้ ส่วนประกอบ ปริมาตรสุทธิ คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ และคำเตือนเกี่ยวกับอันตราย ไว้ในฉลาก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการไม่ปฏิบัติ ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเพื่อคุ้มครอง ให้ผู้บริโภคใช้สินค้านี้ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ทินเนอร์” หมายความว่า สารอินทรีย์ที่เป็นตัวทำละลายซึ่งใช้ผสมกับสิ่งอื่นเพื่อช่วยลดความหนืดหรือความข้นเหลว และตามปกติในการใช้ไม่มุ่งหมายให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีต่อสิ่งของนั้น

    ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ทินเนอร์ ดังต่อไปนี้

(๑) ทินเนอร์ที่ไม่ได้ขายปลีกแก่ผู้บริโภคโดยตรง เช่น ผู้ประกอบธุรกิจที่ซื้อเพื่อนำไปผลิตสินค้าอื่น

(๒)[๑] ทินเนอร์ที่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการใช้สารระเหย หรือกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง

(๓) ทินเนอร์ที่มีการกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

    ข้อ ๓  ให้ทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๔  ทินเนอร์ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ

    ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) คำว่า “ทินเนอร์”

(๓) วัตถุประสงค์ของการใช้

(๔) ส่วนประกอบที่สำคัญ

(๕) ปริมาตรสุทธิเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร หรือลูกบาศก์เดซิเมตร

(๖) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน

(๗) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น “ไวไฟ” “ห้ามใช้สูดดม” “เก็บให้พ้นมือเด็ก”

    ข้อ ๖  ให้ทินเนอร์ที่ควบคุมฉลากที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฐิติพร/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๗ (พ.ศ. ๒๕๓๕) เรื่อง กำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๒]

 รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๒ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๗ (พ.ศ. ๒๕๓๕) เรื่อง กำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙

[๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๒/หน้า ๙๗๘๒/๘ กันยายน ๒๕๓๕


  

ภูริชญา กันทะเนตร

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it




  


 

Last Updated (Sunday, 17 May 2009 08:46)
VALID CSS   |   VALID XHTML