Home

 

ประกาศ เรื่องฉลาก (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522) 4/8

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Sunday, 17 May 2009 08:09


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

เรื่อง  กำหนดเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

สินค้าใดมีเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีวิทยุหรืออุปกรณ์อื่นใดอยู่ด้วยก็ตาม ให้สินค้าดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงต้องมีการควบคุมฉลากตามประกาศฉบับนี้ด้วย

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

 

(๒) เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕

     ข้อ ๔  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียง และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้วจะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบหรือรุ่น (model)

(๔) หมายเลขลำดับ (serial number)

(๕) ระบบกระแสไฟฟ้า

(๖) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์

(๗) ความถี่ของกระแสไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์

(๘) กำลังไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์

(๙) คำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันไฟฟ้าช็อก (shock) และความเสียหายที่อาจเกิดแก่เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงและแบตเตอรี่ เช่น

(ก) ควรเสียบเต้าเสียบให้แน่น และจับที่ตัวเสียบในขณะเสียบหรือดึงออกทุกครั้ง

(ข) เพื่อป้องกันการลัดวงจร อย่าให้เครื่องเปียกชื้นหรือถูกละอองน้ำ

(ค) ไม่ควรเสียบเต้าเสียบทิ้งไว้ เมื่อไม่ได้ใช้เครื่อง

(ง) ไม่ควรถอดฝาด้านหลังเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงออกเพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดได้

กรณีตาม (๕) (๖) (๗) และ (๘) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้น ก็ได้

     ข้อ ๕  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วงจรไฟฟ้า

(๒) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๓) การบำรุงรักษา

     ข้อ ๖  ให้เครื่องเล่นแถบบันทึกเสียงที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๑๑๐/หน้า ๔๐๒๖/๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๐


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๘ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

เรื่อง  กำหนดเครื่องวีดิทัศน์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องวีดิทัศน์เป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้อง สมควรกำหนดเครื่องวีดิทัศน์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ เครื่องวีดิทัศน์ (VIDEO) หมายความว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ต่อกับเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อแสดงภาพและเสียง หรืออาจรวมทั้งใช้บันทึกภาพและเสียงลงในแถบวีดิทัศน์ด้วย ก็ได้

     ข้อ ๒  ให้เครื่องวีดิทัศน์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

สินค้าใดมีเครื่องวีดิทัศน์เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียง วิทยุ โทรทัศน์ หรืออุปกรณ์อื่นใดอยู่ด้วยก็ตาม ให้สินค้าดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องวีดิทัศน์ต้องมีการควบคุมฉลากตามประกาศฉบับนี้ด้วย

     ข้อ ๓  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องวีดิทัศน์ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องวีดิทัศน์ดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) เครื่องวีดิทัศน์ดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  เครื่องวีดิทัศน์ที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ และข้อ ๖

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องวีดิทัศน์ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้วจะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตน ก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบหรือรุ่น (model)

(๔) หมายเลขลำดับ (serial number)

(๕) ระบบกระแสไฟฟ้า

(๖) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์

(๗) ความถี่ของกระแสไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์

(๘) ระบบการรับภาพและการบันทึกภาพ

(๙) กำลังไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์

(๑๐) คำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันไฟฟ้าช็อก (shock) และความเสียหายที่อาจเกิดแก่เครื่องวีดิทัศน์

กรณีตาม (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้น ก็ได้

      ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องวีดิทัศน์ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วงจรไฟฟ้า

(๒) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๓) การบำรุงรักษา

     ข้อ ๗  ให้เครื่องวีดิทัศน์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๓๐

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๑๔๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๐


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๙ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

เรื่อง  กำหนดเครื่องทำน้ำร้อนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องทำน้ำร้อนเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องทำน้ำร้อนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “เครื่องทำน้ำร้อน” หมายความว่า เครื่องที่ทำให้น้ำร้อน (water heater) โดยใช้พลังงานจากไฟฟ้า แสงอาทิตย์ หรือแก๊ส โดยไม่รวมถึงเครื่องทำน้ำเดือด (water boiler)

     ข้อ ๒  ให้เครื่องทำน้ำร้อนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องทำน้ำร้อนที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องทำน้ำร้อนดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) เครื่องทำน้ำร้อนดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  เครื่องทำน้ำร้อนที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ และข้อ ๖

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องทำน้ำร้อน และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้วจะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) รุ่นที่ผลิตและหมายเลขเครื่อง

(๔) ตำแหน่งต่าง ๆ ของระดับความร้อนต้องแสดงด้วยตัวเลข อักษรหรือสัญลักษณ์อย่างอื่นที่มองเห็นและเข้าใจง่าย

(๕) รายละเอียดเกี่ยวกับพลังงานที่ให้ความร้อน

(๖) วิธีใช้อุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ ซึ่งจะแสดงรูปภาพแทน ก็ได้

(๗) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้

     ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องทำน้ำร้อนต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๒) วิธีติดตั้งและการบำรุงรักษา

(๓) ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

     ข้อ ๗  ให้เครื่องทำน้ำร้อนที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๓๐

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๑๔๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๐


 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๑)

เรื่อง  กำหนดเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้มีการจำหน่ายเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย ยังแสดงสาระสำคัญอันเป็นคุณลักษณะเฉพาะไม่แจ้งชัด ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “เครื่องตัดวงจรไฟฟ้า” หมายความว่า เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติที่สามารถตัดวงจรเมื่อกระแสไฟฟ้าเกิน หรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หรือกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน

     ข้อ ๒  ให้เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้งานที่แรงดันไฟฟ้าเกิน ๗๕๐ โวลต์

(๒) เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

(๓) ฟิวส์

     ข้อ ๔  เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตน ก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบหรือรุ่น (model)

(๔) หมายเลขลำดับ (serial number)

(๔ ทวิ)[๑] ประเภทของเครื่องตัดวงจรไฟฟ้า โดยให้ระบุดังนี้

(ก) ในกรณีที่เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าสามารถตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินตั้งแต่ ๕ มิลลิแอมแปร์ ลงมา ให้ระบุเป็น “ประเภทป้องกันบุคคล”

(ข) ในกรณีที่เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าสามารถตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินเกิน ๕ มิลลิแอมแปร์ ให้ระบุเป็น “ประเภทป้องกันอุปกรณ์”

(ค) ในกรณีที่เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าสามารถตัดวงจรไฟฟ้าได้เมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินตั้งแต่ ๕ มิลลิแอมแปร์ลงมาและเกิน ๕ มิลลิแอมแปร์ อยู่ในเครื่องเดียวกัน ให้ระบุเป็น “ประเภทป้องกันบุคคลและอุปกรณ์”

(๕) แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์

(๖) จำนวนเฟส (phase) หรือจำนวนขั้ว (pole)

(๗) กระแสไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นแอมแปร์

(๘) ความทนต่อกระแสไฟฟ้าฉับพลัน (interrupting capacity) หรือ (breaking capacity) โดยระบุหน่วยเป็นกิโลแอมแปร์ ที่แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ.....โวลต์

(๙) ความถี่ที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์

(๑๐) ค่ากระแสไฟฟ้าเกิน โดยระบุหน่วยเป็นแอมแปร์ หรือค่ากระแสไฟฟ้ารั่วลงดินที่เครื่องจะตัดวงจรไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นมิลลิแอมแปร์

(๑๑) ความไวในการตัดวงจรไฟฟ้า ที่อุณหภูมิทดสอบ ๒๗ ๒ องศาเซลเซียส โดยระบุหน่วยเป็นวินาที

(๑๒) ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน

(๑๓) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะแสดงรูปภาพแทนก็ได้

(๑๔) ตำแหน่ง เปิด หรือ ปิด

กรณีตาม (๕) ถึง (๑๐) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้น ก็ได้

ข้อความตาม (๑๐) และ (๑๑) นั้น จะระบุไว้รวมกันเป็นแผนภาพแสดงความสัมพันธ์แทน ก็ได้

      ข้อ ๖[๒]  ฉลากตามข้อ ๕ (๔ ทวิ) (๕) (๖) (๗) (๘) (๑๐) (๑๑) และ (๑๔) ให้ปิดหรือติดไว้ที่เครื่องตัดวงจรไฟฟ้า ส่วนฉลากตามข้อ ๕ (๑) (๒) (๓) (๔) (๙) (๑๒) และ (๑๓) จะปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุก็ได้

     ข้อ๗  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องตัดวงจรไฟฟ้า ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๒) วิธีติดตั้งและการบำรุงรักษา

(๓) ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

      ข้อ ๘  ให้เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากดังกล่าวก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๓]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒มิถุนายน ๒๕๓๑

ประดิษฐ์  เชี่ยวสกุล

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๓๒) เรื่อง กำหนดเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๔]

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๕ (๔ ทวิ) เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๓๒) เรื่อง กำหนดเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๓๒) เรื่อง กำหนดเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๖๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๒/๑๖ เมษายน ๒๕๓๑

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๒๐๐/หน้า ๘๗๒๒/๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๒


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑)

เรื่อง  กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิกข้อความใน (๒) ของข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง  กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๖ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“(๒) ภาชนะพลาสติกที่ควบคุมฉลากดังต่อไปนี้ ให้มีคำเตือนว่า “ห้ามใช้บรรจุหรือห่อหุ้มอาหาร”

(ก) ภาชนะพลาสติกที่ทำจากพลาสติกที่ใส่สีที่อาจจะละลายออกมาปนเปื้อนกับอาหารได้

(ข) ภาชนะพลาสติกที่เคยใช้บรรจุหรือห่อหุ้มปุ๋ย วัตถุมีพิษ หรือวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(ค) ภาชนะพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพหรือมาตรฐานตามบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๑๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑) เรื่อง  กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสติก การใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกและการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหาร

(ง) ภาชนะพลาสติกที่ทำจากพลาสติกที่อาจมีสารอื่นออกมาปนเปื้อนกับอาหารในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้”

     ข้อ ๒[๑]  ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๑

ประดิษฐ์  เชี่ยวสกุล

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๑๑๕/หน้า ๕๕๒๙/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓๑


 
 

  
  
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๔๕ (พ.ศ. ๒๕๓๒)

เรื่อง กำหนดเครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

      ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ” หมายความว่า อุปกรณ์ที่ใช้ลดความดันของก๊าซภายในถังก๊าซที่มีขนาดของถังตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (มอก. ๒๗-๒๕๒๘) เพื่อปรับให้ได้ความดันทางออกคงที่ค่าหนึ่ง ซึ่งไม่เกิน ๕.๐ กิโลปาสกาล ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลว : ความดันต่ำ (มอก. ๘๐๕-๒๕๓๑)

      ข้อ ๒  ให้เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

      ข้อ ๓  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ ที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุ เป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำดังกล่าว ต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ ที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ และข้อ ๖

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้วจะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) รหัสรุ่นที่ผลิต

(๔) ปีที่ผลิต

(๕) คำว่า “ก๊าซปิโตรเลียมเหลว” หรือ “แอล พี จี” หรือคำที่มีความหมายตรงกัน

(๖) คำว่า “ชนิดความดันต่ำ”

(๗) อัตราการจ่ายก๊าซสูงสุด เป็นกิโลกรัมต่อชั่วโมง

(๘) เครื่องหมายระบุตำแหน่ง “ปิด” และ “เปิด” (เฉพาะเครื่องปรับความดันแบบกดล็อก)

     ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถอ่านได้ตามความเหมาะสมและอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๒) วิธีติดตั้ง ตรวจสอบ และการบำรุงรักษา

(๓) วิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย เช่น เมื่อมีปัญหาจากการใช้ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) ปิดก๊าซที่วาล์วแบบมือหมุนหรือปิดก๊าซที่เครื่องปรับความดันแบบกด

(ข) หากก๊าซยังรั่วอีก ควรถอดเครื่องปรับความดันออกแล้วนำถังไปวางไว้ที่โล่งแจ้ง รีบติดต่อตัวแทนร้านค้าก๊าซหรือหน่วยดับเพลิงโดยด่วน

(ค) ถ้าพบว่าเครื่องปรับความดันชำรุด ควรเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรแก้ไขเพราะอุปกรณ์ต่าง ๆ มีอายุการใช้งาน

      ข้อ ๗  ให้เครื่องปรับความดันก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดความดันต่ำ ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากรแต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒

ประดิษฐ์  เชี่ยวสกุล

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ดลธี/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๔๓/หน้า ๒๑๐๔/๒๑ มีนาคม ๒๕๓๒


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๕๖ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

เรื่อง กำหนดเครื่องซักผ้าไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องซักผ้าไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงสาระสำคัญเกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องซักผ้าไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้เครื่องซักผ้าไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องซักผ้าไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) เครื่องซักผ้าไฟฟ้าดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) เครื่องซักผ้าไฟฟ้าดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  เครื่องซักผ้าไฟฟ้าที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕

     ข้อ ๔  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องซักผ้าไฟฟ้า และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรให้ระบุชื่อผู้ผลิต และสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตน ก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบ และหมายเลขเครื่อง

(๔) วิธีใช้อุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ ซึ่งจะแสดงรูปภาพแทน ก็ได้

(๕) น้ำหนักผ้าที่ซักต่อครั้ง ไม่เกิน.....กิโลกรัม

(๖) ขนาดของถังซัก ระบุหน่วยเป็นระบบเมตริก

(๗) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรือมีตัวอักษร V แทนก็ได้

(๘) ความถี่ของกระแสไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์ หรือมีตัวอักษร Hz แทน ก็ได้

(๙) กระแสไฟฟ้าสูงสุด โดยระบุหน่วยเป็นแอมแปร์ หรือมีตัวอักษร A แทน ก็ได้

(๑๐) กำลังไฟฟ้าสูงสุด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร W แทนก็ได้

(๑๑) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้

      ข้อ ๕  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องซักผ้าไฟฟ้าต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) วิธีใช้อุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ

(๒) วิธีติดตั้งและการบำรุงรักษา

(๓) ข้อควรระวังในการใช้

(๔) วิธีการต่อสายดิน และข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอื่น ๆ

      ข้อ ๖  ให้เครื่องซักผ้าไฟฟ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

ประดิษฐ์  เชี่ยวสกุล

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ดลธี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๐/หน้า ๘๗๕๑/๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๕


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๕๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

เรื่อง กำหนดเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ

และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้เทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๒  เทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓

     ข้อ ๓  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นได้จากภายนอกและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือเอกสารหรือคู่มือสำหรับเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจ ดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้าของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย

(๓) ชื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ

     ข้อ ๔  ให้ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาซึ่งเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ได้รับยกเว้นไม่ต้องทำฉลากตามข้อ ๓ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพดังกล่าว ต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) เทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้น ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

เทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพเพื่อการส่งออกตามวรรคหนึ่ง นั้น หมายความถึงเฉพาะเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ ที่มีคำร้องเป็นภาษาไทยและหรือทำนองไทยหรือดนตรีไทย หรือที่มีคำร้องหรือทำนองที่ได้รับลิขสิทธิ์จากเจ้าของดนตรีกรรม ซึ่งผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นคนไทย หรือผลงานที่คิดริเริ่มสร้างสรรค์เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น

     ข้อ ๕  ให้ผู้ประกอบธุรกิจเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ จัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ภายในกำหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา สำหรับเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ ที่ผลิตขึ้นเพื่อขายหรือที่นำเข้าเพื่อขายอยู่ก่อนวันที่ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากฉบับนี้ใช้บังคับ

(๒) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา สำหรับเทปเพลง วีดีโอเทปที่บันทึกเสียงและภาพ และแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงและหรือภาพ ที่ผลิตขึ้นเพื่อขาย หรือที่นำเข้าเพื่อขายภายหลังจากวันที่ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากฉบับนี้ใช้บังคับ

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๘๒/หน้า ๖๙/๒๔ มิถุนายน ๒๕๓๖
  

 

 

 

ภูริชญา กันทะเนตร

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it


  

  

  


 


Last Updated (Tuesday, 30 November 1999 00:00)
VALID CSS   |   VALID XHTML