Home

 

ประกาศ เรื่องฉลาก (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522) 6/8

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Sunday, 17 May 2009 09:24


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๗๐ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

เรื่อง กำหนดสายพานตัววีเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้สายพานตัววีเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๒  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่สายพานตัววีที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) สายพานตัววีดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) สายพานตัววีดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

    ข้อ ๓  สายพานตัววีที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔

    ข้อ ๔  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่สายพานตัววีหรือที่ภาชนะบรรจุสายพานตัววี และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ให้ระบุข้อความว่า “สายพานตัววี” และให้ระบุวัตถุประสงค์ของการใช้งานไว้ด้วย

(๓) ชื่อหน้าตัดหรือชื่อขนาด แล้วแต่กรณี

(๔) ความยาวของเส้นรอบวงตามความเป็นจริง โดยให้ระบุว่าเป็นความยาวของเส้นรอบวงใน เส้นรอบวงนอก หรือเส้นรอบวงคาด แล้วแต่กรณี

(๕) เดือนปีที่ผลิต และหรือรหัสรุ่นที่ผลิต

     ข้อ ๕  ให้สายพานตัววีที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๕๖ ง/หน้า ๑๓๙/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๙


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๗๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

เรื่อง  กำหนดขวดนมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้ “ขวดนม” หมายความว่า ภาชนะที่ใช้เฉพาะสำหรับการบรรจุนมหรือของเหลวอื่นเพื่อการบริโภคของทารกและเด็ก ซึ่งประกอบด้วยขวด ฝา หัวนมยาง และฝาครอบหัวนมยาง และให้หมายความรวมถึงภาชนะรูปแบบอื่นๆ ที่ทำขึ้นโดยมีเจตนาที่จะใช้ทำนองเดียวกับขวดนมด้วย

     ข้อ ๒  ให้ขวดนมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ในประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่ขวดนมที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) ขวดนมดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทย ว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) ขวดนมดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออกหรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  ขวดนมที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ และข้อ ๖

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่ขวดนมหรือภาชนะบรรจุขวดนม และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ประเทศที่ผลิต

(๓) วิธีใช้และวิธีทำความสะอาด โดยจะมีภาพประกอบด้วยก็ได้ หรือแสดงภาพประกอบคำบรรยายถึงวิธีใช้ และวิธีทำความสะอาดก็ได้

(๔) ให้มีคำเตือนว่า “จะต้องล้างให้สะอาดก่อนใช้ทุกครั้ง” หรือกรณีที่เป็นขวดนมที่ผลิตเพื่อการใช้เพียงครั้งเดียว ให้มีคำเตือนว่า “ผลิตขึ้นเพื่อใช้เพียงครั้งเดียว ห้ามนำมาใช้อีก”

ในกรณีที่ไม่ใช่ขวดนมรูปทรงกระบอก ให้ติดคำเตือนไว้ที่ขวดนมอย่างถาวร

     ข้อ ๖  ถ้าในฉลากจะใช้คำว่า “ขวดนม” หรือข้อความอื่นซึ่งมีความหมายแสดงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้เฉพาะสำหรับการบรรจุนมหรือของเหลวอื่นเพื่อการบริโภคของทารกและเด็ก ขวดนมนั้นจะต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ขวดนม

     ข้อ ๗  ให้ขวดนมที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กันยาย พ.ศ. ๒๕๓๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๘๘ ง/หน้า ๑๓๙/๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๙


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๗๓ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

เรื่อง  กำหนดเครื่องกรองน้ำเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้ “เครื่องกรองน้ำ” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์สำหรับติดตั้งกับท่อจ่ายน้ำ เพื่อกรองสี กลิ่น ความขุ่น และหรือความกระด้างออกจากน้ำโดยใช้ไส้กรองหรือสารกรอง

     ข้อ ๒  ให้เครื่องกรองน้ำเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องกรองน้ำที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องกรองน้ำดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) เครื่องกรองน้ำดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออกหรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  เครื่องกรองน้ำที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลาก รวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ และข้อ ๖

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องกรองน้ำ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตขึ้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) เดือน และปีที่ผลิต หรือรหัสรุ่น

(๓) ประเทศที่ผลิต

(๔) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้และดูแลรักษา

(๕) คำเตือน “เครื่องกรองน้ำนี้สามารถกรองได้เฉพาะสี กลิ่น ความขุ่น และหรือความกระด้างเท่านั้น

      ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องกรองน้ำ ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) รายชื่อและรูปแสดงส่วนประกอบ การประกอบและการติดตั้ง

(๒) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้และดูแลรักษา

(๓) คำเตือน “เครื่องกรองน้ำนี้ สามารถกรองได้เฉพาะสี กลิ่น ความขุ่น และหรือความกระด้างเท่านั้น”

 

     ข้อ ๗  ให้เครื่องกรองน้ำที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๑๓ ง/หน้า ๔๕/๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

เรื่อง  ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑

                   โดยที่สินค้าที่ผลิตเพื่อขายโดยโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและสินค้าที่สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนั้น จำต้องกำหนดลักษณะฉลากสินค้าดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลาก จะต้องระบุข้อความ รูป รอยประดิษฐ์หรือภาพตามความเหมาะสม แล้วแต่กรณี แต่ข้อความนั้นจะต้องตรงต่อความเป็นจริงไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาระสำคัญของสินค้านั้นและต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาไทยกำกับภาษาต่างประเทศ เพื่ออธิบายให้เข้าใจความหมายของรูปรอยประดิษฐ์หรือภาพ ที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อ ๒

ความในวรรคหนึ่ง ไม่ใช่บังคับกับฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลาก ที่ผลิตขึ้นเพื่อการส่งออกและไม่ขายในประเทศไทย

      ข้อ ๒  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลาก จะต้องระบุดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อประเภท หรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ในกรณีที่เป็นสินค้าที่สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย

(๒) ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย

(๓) ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย

(๔) สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย แล้วแต่กรณี

(๕) ต้องแสดงขนาดหรือมิติ หรือปริมาณ หรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้า นั้น แล้วแต่กรณี สำหรับหน่วยที่ใช้จะใช้ชื่อเต็ม หรือชื่อย่อ หรือสัญลักษณ์แทนก็ได้

(๖) ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด เช่นใช้ทำความสะอาดพื้นไม้ หรือพื้นกระเบื้อง ภาชนะพลาสติก หรือภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบใช้ตั้งบนเตาไฟ ใช้เข้าไมโครเวฟ ใช้เก็บอาหารในตู้เย็น

(๗) ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการใช้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค เช่น ห้ามใช้ของมีคมกับการแซะน้ำแข็งในตู้เย็น

(๘) คำเตือน (ถ้ามี)

(๙) วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น (ถ้ามี)

(๑๐) ราคา โดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นด้วยก็ได้

     ข้อ ๓  ในกรณีที่ไม่อาจแสดงฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากอย่างถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑ และข้อ ๒ รวมไว้ในตำแหน่งที่เดียวกัน เช่น ไม่อาจแสดงไว้ที่สินค้าได้ทั้งหมด ก็ให้แสดงข้อความรูป รอยประดิษฐ์หรือภาพ อย่างหนึ่งอย่างใดไว้ในส่วนหนึ่งส่วนใดที่สินค้าหรือที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้า หรือสอดแทรกหรือรวมไว้กับสินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้า หรือในเอกสารหรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบกับสินค้า หรือป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้านั้น แต่เมื่อรวมการแสดงฉลากไว้ทุกแห่งแล้ว ต้องสามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน

      ข้อ ๓ ทวิ[๑] ให้สินค้าที่ควบคุมฉลากดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดฉลากตามข้อ ๑ และข้อ ๒ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

(๑) สินค้าที่ขายส่งแก่ผู้ประกอบการใช้ในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องติดฉลาก

(๒) สินค้าประเภทเครื่องจักรกล หรืออุปกรณ์ หรืออะไหล่ของสินค้าประเภทเครื่องจักรกล หรือรถยนต์ หรือรถไถ หรือรถอื่นๆ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเครื่องสูบน้ำ และสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ๓ ได้ครบถ้วน ให้แสดงฉลากราคาและข้อความอื่นตามข้อ ๒ ไว้ในคู่มือหรือเอกสารหรือบัญชีราคาสินค้า (Price List) ไว้ ณ จุดที่ขาย

(๓) สินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไม่ต้องติดฉลาก

      ข้อ ๓ ตรี[๒] สินค้าประเภทน้ำมันเครื่อง ให้ทำฉลากตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และให้ระบุเครื่องหมายและเลขทะเบียนคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเหลวตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมทะเบียนการค้า ในประเภทน้ำมันเครื่องด้วย

      ข้อ ๓ จัตวา[๓] สินค้าประเภทก๊าชหุงต้ม ให้ทำฉลากตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และให้แสดงเครื่องหมายประจำตัวของผู้บรรจุก๊าชตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมทะเบียนการค้าในประเภทก๊าชหุงต้มด้วย

     ข้อ ๔  ในกรณีที่สินค้าใดเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้ผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย และผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย เป็นผู้จัดทำฉลากของสินค้าตามประกาศฉบับนี้ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่สินค้าใดเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามที่คณะกรรมการว่าด้วยฉลากประกาศกำหนด ตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้สินค้านั้นมีฉลากตามประกาศดังกล่าวใช้ได้ต่อไปภายในระยะเวลาไม่เกิน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

      ข้อ ๕  ให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้รักษาการตามประกาศฉบับนี้

      ข้อ ๖[๔]  ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒[๕]

อัมภิญา/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๓ ทวิ เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๒] ข้อ ๓ ตรี เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๓] ข้อ ๓ จัตวา เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๙๒ ง/หน้า ๑๓๗/๙ ตุลาคม ๒๕๔๑

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๕๙ ง/หน้า ๒๓/๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๒


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

เรื่อง  ให้ลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ปรากฏว่ามีการนำลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจนมาจำหน่ายอย่างแพร่หลายซึ่งเกิดกรณีอุบัติเหตุจากการนำลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจนมาใช้ประโยชน์ ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย จึงกำหนดให้ลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจน” หมายความว่า ลูกโป่งหรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเหมือนกับลูกโป่งที่อัดลมซึ่งมีส่วนผสมของก๊าซไฮโดรเจน

     ข้อ ๒  ให้ลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

คำเตือน : “ห้ามนำเข้าใกล้เปลวไฟหรือความร้อน” โดยให้ระบุข้อความดังกล่าวเป็นเนื้อเดียวกันกับลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจน

     ข้อ ๔[๑]  ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๓ เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๖๕ ง/หน้า ๑๑๒/๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๓


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

เรื่อง  ให้ข้าวสารบรรจุถุงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่มีการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงอย่างแพร่หลาย และเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในการซื้อเกี่ยวกับคุณภาพ และราคา จึงกำหนดให้ข้าวสารบรรจุถุงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ข้าวสารบรรจุถุง” หมายความว่า ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวทุกประเภทและทุกชนิดที่เรียกชื่ออื่น ซึ่งบรรจุในถุงหรือภาชนะบรรจุอื่นแล้วปิดผนึกวางจำหน่าย

     ข้อ ๒  ให้ข้าวสารบรรจุถุงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑) ชื่อประเภทหรือชนิดของข้าวสารบรรจุถุง

(๒) วิธีการใช้ หรือวิธีการหุงต้ม

ในกรณีที่ในฉลากแสดงถึงคุณภาพหรือมาตรฐานของประเภทหรือชนิดของข้าวสารบรรจุถุง ให้ถือตามมาตรฐานสินค้าข้าวตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องมาตรฐานสินค้าข้าว พ.ศ. ๒๕๔๐ ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง การรับรองมาตรฐานข้าวหอมมะลิบรรจุถุงจำหน่ายภายในประเภท ลงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ หรือประกาศกรมการค้าภายในที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะประกาศใช้ต่อไปแล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการผสมหรือเจือปนข้าวสารอื่นนอกจากที่ระบุชื่อประเภท หรือชนิดของข้าวสารนั้นในฉลาก ให้ระบุจำนวน และชนิดของข้าวสารอื่นที่เป็นส่วนผสมหรือเจือปนนั้นไว้ในฉลากด้วย[๑]

     ข้อ ๔[๒]  ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๓ เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรื่อง ให้ข้าวสารบรรจุถุงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๓]

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๓ วรรคสาม เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรื่อง ให้ข้าวสารบรรจุถุงเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๖๙ ง/หน้า ๑๖๒/๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๓

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ ๙๒ ง/หน้า ๑๘/๑๑ กันยายน ๒๕๔๓


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๔)

เรื่อง ให้อัญมณีเจียระไน  และเครื่องประดับอัญมณีเจียระไนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก[๑]

                   โดยที่สินค้าอัญมณีเจียระไน และเครื่องประดับอัญมณีเจียระไนแสดงสาระสำคัญเกี่ยวกับฉลากสินค้าไม่แจ้งชัดในการเลือกซื้อ เพื่อป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภคสมควรแก้ไขการกำหนดข้อความในฉลากเกี่ยวกับการขายอัญมณีเจียระไน และเครื่องประดับอัญมณีเจียระไนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้

“อัญมณีเจียระไน” หมายความว่า รัตนชาติที่เป็นเพชรและพลอยตามธรรมชาติที่นำมาเจียระไนตกแต่ง  หรือขัดมันแล้ว  และหมายความรวมถึง  วัสดุที่เลียนแบบหรือวัสดุสังเคราะห์ที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับ

“เครื่องประดับอัญมณีเจียระไน” หมายความว่า เครื่องประดับที่ทำขึ้นด้วยอัญมณีเจียระไน ประกอบขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับต่างๆ ชนิด โดยใช้ทองรูปพรรณหรือแพลทินัมหรือเงิน หรือวัสดุอื่นประกอบด้วย

     ข้อ ๒  ให้อัญมณีเจียระไน และเครื่องประดับอัญมณีเจียระไนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ และข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และข้อ ๓ ทวิ (๑) แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒  ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑) ชื่อและสถานที่ประกอบการ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้จำหน่าย หรือของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย แล้วแต่กรณี และในกรณีที่เป็นอัญมณีเจียระไนหรือเครื่องประดับอัญมณีเจียระไนที่สั่ง หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย  ให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย

(๒) อัญมณีเจียระไน หรือเครื่องประดับอัญมณีเจียระไน แล้วแต่กรณีให้ระบุชื่ออัญมณีซึ่งเป็นชื่อทางการค้า โดยอนุโลม ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมศัพท์บัญญัติอัญมณี มอก. ๑๒๑๕ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับความในวรรคสอง และวรรคสามของ (๒) และระบุว่าเป็นอัญมณีธรรมชาติ หรืออัญมณีสังเคราะห์ หรืออัญมณีเทียมห้ามใช้ชื่อของอัญมณีธรรมชาติประกอบคำที่ไม่ใช่อัญมณีธรรมชาติที่เป็นวัสดุเลียนแบบหรือสังเคราะห์ เช่น มรกตเทียม เพชรเทียม มรกตสังเคราะห์ หรือเพชรสังเคราะห์ โดยให้ระบุว่าอัญมณีเลียนแบบ หรืออัญมณีสังเคราะห์ แล้วแต่กรณี

ห้ามใช้คำว่า “เพชร” สำหรับอัญมณีที่ไม่ได้ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน (carbon) เพียงธาตุเดียวตามธรรมชาติ

(๓) ต้องแสดงน้ำหนักอัญมณีเจียระไนหรือเครื่องประดับอัญมณีเจียระไนแต่ละชนิดที่ใช้ในการทำเครื่องประดับหรือขึ้นรูป โดยระบุหน่วยเป็นกะรัตหรือใช้สัญลักษณ์ ct แทนก็ได้

(๔) ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณที่ใช้ในการขึ้นรูป โดยระบุหน่วยเป็นกะรัต หรือเปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ หรือใช้สัญลักษณ์ K หรือ % แทนก็ได้

(๕) ราคาให้ระบุเป็นเงินสกุลไทย และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่น หรือใช้สัญลักษณ์ของสกุลเงินแทนก็ได้

      ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๔ เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมพิกา/แก้ไข

๒๕/๙/๔๔

ดลธี/จัดทำ

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๓๔ ง/หน้า ๘/๑๐ เมษายน ๒๕๔๔


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖ ( พ.ศ. ๒๕๔๔ )

เรื่อง  ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่สินค้าทองรูปพรรณแสดงสาระสำคัญเกี่ยวกับฉลากสินค้าไม่แจ้งชัดในการเลือกซื้อ เพื่อป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค สมควรแก้ไขการกำหนดข้อความในฉลากเกี่ยวกับการขายทองรูปพรรณให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๐ ( พ.ศ. ๒๕๓๓)  เรื่อง กำหนดทองรูปพรรณ อัญมณีเจียระไน และอัญมณีขึ้นรูปเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๓

     ข้อ ๒  ในประกาศฉบับนี้ “ทองรูปพรรณ” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำหรือประกอบขึ้นด้วยโลหะทองคำบริสุทธิ์หรือโลหะทองคำผสม

     ข้อ ๓  ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  ฉลากของทองรูปพรรณที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๓ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ และข้อ ๓  แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และข้อ ๓ ทวิ (๑) แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒  และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑)  ชื่อประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ  ในกรณีที่เป็นทองรูปพรรณที่สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย  ให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย

(๒)  ชื่อและสถานที่ประกอบการหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขายหรือของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายแล้วแต่กรณี

(๓)  ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ โดยระบุหน่วยเป็นกะรัต หรือเปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ หรือใช้สัญลักษณ์ K หรือ % แทนก็ได้

(๔)  น้ำหนักทองรูปพรรณ โดยระบุหน่วยเป็นกรัม  หรือใช้สัญลักษณ์ ก. หรือ gแทนก็ได้

(๕)  ราคาให้ระบุเป็นเงินสกุลไทย และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่น หรือใช้สัญลักษณ์ของสกุลเงินแทนก็ได้

(๖)[๑] ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณขั้นต่ำ ตามที่สมาคมค้าทองคำประกาศ

      ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๔ เป็นต้นไป[๒]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๔๖) เรื่อง ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๓]

อัมพิกา/แก้ไข

๒๕ กันยายน ๒๕๔๔

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

[๑] ข้อ ๔ (๖) เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๔๖) เรื่องให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๓๔ ง/หน้า ๖/๑๐ เมษายน ๒๕๔๔

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๑๑๐ ง/หน้า ๕๖/๒๔ กันยายน ๒๕๔๖


  
  

  

  
ภูริชญา กันทะเนตร

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 


Last Updated (Tuesday, 30 November 1999 00:00)
VALID CSS   |   VALID XHTML