Home

 

ประกาศ เรื่องฉลาก (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522) 7/8

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Sunday, 17 May 2009 09:54


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๔)

เรื่อง ให้บอแรกซ์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก[๑]

                   โดยที่มีการนำบอแรกซ์มาใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยใช้ในอาหาร ซึ่งมีผลทำให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพของผู้บริโภคที่รับประทานอาหารที่มีบอแรกซ์ผสมอยู่ ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย จึงสมควรแก้ไขการกำหนดข้อความในฉลากเกี่ยวกับบอแรกซ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๕) เรื่อง กำหนดบอแรกซ์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดบอแรกซ์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

     ข้อ ๒  ในประกาศฉบับนี้ “บอแรกซ์” หมายความว่า สารเคมีที่มีสูตร Na2 B4 O7 หรือ Na2 B4 O7 .1OH2 O ซึ่งมีชื่อเรียกทางเคมีว่า โซเดียมบอเรต (Sodium borate) ไดโซเดียมเตตราบอเรต (Disodium tetraborate) หรือโซเดียมไพโรบอเรต (Sodium pyroborate) หรือสารเคมีดังกล่าวที่เรียกชื่ออย่างอื่น เช่น น้ำประสานทอง เพ่งแซ หรือผงกรอบ

     ข้อ ๓  ให้บอแรกซ์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๓ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากที่ภาชนะบรรจุสินค้าในหน้าเดียวกัน

“(๑) “บอแรกซ์”

(๒) คำเตือน : “อันตราย อาจทำให้ไตวาย ห้ามใช้ในอาหาร” โดยใช้ตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่น”

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมพิกา/แก้ไข

๑๐/๕/๒๕๔๕

A+B

ดลธี/จัดทำ

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๗๗ ง/หน้า ๑๕๒/๒๕ กันยายน ๒๕๔๔


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๔)

เรื่อง ให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก[๑]

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖

(๒) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑) เรื่อง กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๑

(๓) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๓๓) เรื่อง กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

     ข้อ ๒  ในประกาศนี้ “ผลิตภัณฑ์พลาสติก” หมายความว่า ภาชนะหรือสิ่งบรรจุสิ่งของหรือเครื่องใช้ที่ทำขึ้นจากพลาสติก หรือฟิล์มพลาสติกหรือฟิล์มหดด้วยความร้อนหรือฟิล์มไนลอนหรือไนลอนเรซิน ที่ทำขึ้นเพื่อใช้สำหรับอาหาร หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ทำขึ้นจากพลาสติกหรือฟิล์มดังกล่าว เพื่อใช้เป็นสิ่งบรรจุหรือเป็นภาชนะหรือเป็นเครื่องใช้ เช่น ถุงร้อน PP. ถุงเย็น PE.ถุงหูหิ้ว HD. ถุงจีบชนิดใสพิเศษ IPP. ถุงแก้ว OPP. ถุงใส่น้ำมะพร้าว ถุงใส่เครื่องดื่มน้ำผลไม้ น้ำนม ถุงใส่เสื้อผ้า เป็นต้น

     ข้อ ๓  ให้ผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๓ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความในข้อ ๕ และข้อ ๖ ไว้ในฉลากที่กำกับผลิตภัณฑ์พลาสติก หรือที่ภาชนะหรือที่สิ่งบรรจุหรือเครื่องใช้ที่ทำขึ้นจากพลาสติกหรือฟิล์มตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒ แล้วแต่กรณี

     ข้อ ๕  ในข้อกำหนดเกี่ยวกับ “วิธีใช้” ในฉลากนั้น ให้ระบุว่าผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้เพื่อสิ่งใด ถ้าเป็นภาชนะหรือสิ่งบรรจุ หรือเครื่องใช้ให้ระบุข้อความที่เป็น “คำเตือน” ไว้ด้วย

     ข้อ ๖  ในข้อกำหนดเกี่ยวกับ “คำเตือน” ในฉลากนั้นให้มีข้อความว่า

(๑) “ห้ามใช้บรรจุหรือห่อหุ้มอาหาร” สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ทำขึ้นเพื่อไม่ต้องการให้ใช้กับอาหาร

(๒) “ใช้บรรจุอาหารหรือห่อหุ้มอาหาร หรือใช้บรรจุเครื่องดื่มใช้เพียงครั้งเดียว” หรือ “ไม่ควรใช้บรรจุอาหารที่กำลังร้อนจัดโดยเฉพาะอาหารทอดด้วยน้ำมัน” หรือ “ปลอดภัยใช้กับอาหาร” หรือ “ปลอดภัยใช้กับเครื่องดื่ม” แล้วแต่กรณี

(๓) “ห้ามใช้บรรจุของร้อน” สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่ทนความร้อนสูงกว่า ๙๕ องศาเซลเซียส

(๔) “รับน้ำหนักได้ไม่เกิน............กิโลกรัม หรือ กก.” สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้เพื่อรองรับน้ำหนัก เช่น โต๊ะ เก้าอี้ บันได

(๕) “มีส่วนผสมจากวัสดุที่ใช้แล้ว” สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ทำจากพลาสติกที่ใช้ทำสิ่งของอื่นมาแล้วหลอมผลิตเป็นสินค้าใหม่

ข้อความที่เป็น “คำเตือน” ต้องใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่น

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

พรพิมล/พิมพ์/แก้ไข

๒๔ เม.ย ๒๕๔๕

A

ดลธี/จัดทำ

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๑๑๐ ง/หน้า ๒๒/๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๔


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๔๕)

เรื่อง  ให้เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าและเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ๑  ในประกาศนี้

“เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า” หมายความว่า บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ทำน้ำให้ร้อนขึ้นในทันทีที่น้ำไหลผ่านโดยตรงเพื่อใช้ในการชำระล้างสัมผัสร่างกายผู้บริโภคหรือเพื่อใช้ในการอื่นที่คล้ายคลึง

กันหรือทำนองเดียวกัน

“เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า” หมายความว่า บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ทำน้ำให้ร้อนขึ้นถึงอุณหภูมิประมาณใกล้จุดน้ำเดือด หรือในบางครั้งอาจสูงกว่าเล็กน้อย แต่ไม่เกิน ๑๓๐ องศาเซลเซียสเพื่อใช้ในการชำระล้างสัมผัสร่างกายผู้บริโภคหรือเพื่อใช้ในการอื่นที่คล้ายคลึงกันหรือทำนองเดียวกัน

     ๒. ให้เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าและเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ๓. ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(ก) ข้อแนะนำในการใช้ ต้องระบุว่า “ต้องติดตั้งสายดินพร้อมติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า” สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าที่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดิน หรือ

“ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินและติดตั้งสายดินพร้อมติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า” สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดิน

(ข) ในคำเตือน ต้องระบุว่า “อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ติดตั้งสายดิน” สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าที่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดิน หรือ

“อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินและไม่ติดตั้งสายดิน” สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดิน

ข้อความที่เป็น “คำเตือน” ต้องใช้ตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่นและติดไว้ด้านหน้าของเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๒๓/๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๔๕)

เรื่อง  ให้แปรงสีฟ้นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่สินค้าแปรงสีฟันเป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้เป็นประจำ ประกอบกับยังไม่มีการแสดงฉลากเพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นในการเลือกใช้สำหรับผู้บริโภคเท่าที่ควรและเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สินค้าเพื่อรักษาสุขอนามัยในช่องปาก จึงกำหนดให้แปรงสีฟันเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้ “แปรงสีฟัน” หมายความถึงอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้แปรงฟันมีส่วนประกอบโดยทั่วไปคือด้ามจับและกระจุกของขนแปรงที่จัดเรียงเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการทำความสะอาดฟันโดยไม่ทำอันตรายต่ออวัยวะในช่องปาก

 

ข้อ ๒  ให้แปรงสีฟันเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

 

ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑) ลักษณะขนแปรง เช่น มนกลม เรียวแหลม รูปโดม ปลายตัด หรืออื่นๆ

(๒) ชนิดของขนแปรง เช่น นุ่มพิเศษ นุ่มปานกลาง หรือแข็ง

(๓) วัสดุที่ใช้ทำด้ามและขนแปรงสีฟัน

(๔) วิธีใช้ เช่น ใช้แปรงฟันอย่างน้อยวันละ ๒ ครั้ง

(๕) ข้อแนะนำ เช่น ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อขนแปรงเริ่มบาน และล้างแปรงให้สะอาดหลังใช้และเก็บในที่แห้ง

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๖ เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

อนุวัฒน์  ธรมธัช

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๑๒๐ ง/หน้า ๖๘/๖ ธันวาคม ๒๕๔๕


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๔๖)

เรื่อง ให้ปุ๋ยชีวภาพเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ปุ๋ยชีวภาพเป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประกอบกับยังไม่มีการแสดงฉลากเพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นและเพียงพอในการเลือกใช้สำหรับผู้บริโภคเท่าที่ควรในการที่จะทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้น และเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สินค้าเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง จึงกำหนดให้ปุ๋ยชีวภาพเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ๑.  ในประกาศฉบับนี้

“ปุ๋ยชีวภาพ” หมายความว่า ปุ๋ยที่ได้จากการนำจุลินทรีย์ที่มีชีวิตมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินทางชีวภาพ ทางกายภาพและทางชีวเคมี และให้หมายความรวมถึงหัวเชื้อจุลินทรีย์

“หัวเชื้อจุลินทรีย์” หมายถึง จุลินทรีย์ที่มีจำนวนเซลล์ต่อหน่วยสูง ซึ่งถูกเพาะเลี้ยงโดยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์สำหรับผลิตปุ๋ยชีวภาพ

     ๒.  ให้ปุ๋ยชีวภาพเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ๓.  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑) ชื่อจุลินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของปุ๋ยชีวภาพ โดยแจงระดับสกุล (จีนัส) ของจุลินทรีย์เป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์

(๒) ปริมาณจุลินทรีย์รวมที่มีชีวิตต่อหน่วยน้ำหนักที่เป็นส่วนผสมของปุ๋ยโดยแจงเป็นจำนวนเซลล์ต่อน้ำหนักปุ๋ยชีวภาพ ๑ กรัม หรือต่อ ๑ มิลลิลิตร ในกรณีที่เป็นของเหลว

(๓) กลุ่มหรือชนิดของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ของปุ๋ยชีวภาพ เช่น สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวกลุ่มย่อยละลายฟอสเฟต ฯลฯ

(๔) เปอร์เซ็นต์ความชื้น สำหรับปุ๋ยชีวภาพที่เป็นของแข็ง

(๕) วันเดือนปีที่ผลิต และวันเดือนปีที่หมดอายุ

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖ เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

อนุวัฒน์  ธรมธัช

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๑๑๑ ง/หน้า ๑๖/๒๕ กันยายน ๒๕๒๖


 
 

  



ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๔๗)

เรื่อง ให้เครื่องเล่นชนิดที่มีล้อเลื่อนเป็นสินที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ปรากฏว่ามีการนำเครื่องเล่นชนิดที่มีล้อเลื่อนมาจำหน่ายอย่างแพร่หลายซึ่งมีผู้บริโภคได้ซื้อและนำไปใช้และเกิดความไม่ปลอดภัย บางกรณีประสบอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าดังกล่าว จึงกำหนดให้สินค้าเครื่องเล่นชนิดที่มีล้อเลื่อนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้

“เครื่องเล่นชนิดที่มีล้อเลื่อน” หมายความว่า สิ่งที่ใช้เพื่อการกีฬาหรือสำหรับเล่นหรืออุปกรณ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการทำให้ร่างกายเคลื่อนที่ โดยต้องมีองค์ประกอบคือ ล้อหมุน และส่วนที่ใช้ยึดติด หรือประสานกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น รองเท้าสเก็ตชนิดมีล้อ, โรลเลอร์สเก็ต, โรลเลอร์เบลด, สเก็ตบอร์ด และรถสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็ก

     ข้อ ๒  ให้เครื่องเล่นชนิดที่มีล้อเลื่อนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑) ข้อแนะนำในการใช้ ต้องระบุดังต่อไปนี้

(ก) ไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๔ ปี

(ข) การเล่นต้องใส่อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยทุกครั้ง ประกอบด้วยหมวกนิรภัย สนับข้อมือ สนับศอก สนับเข่า

(ค) ผู้เริ่มฝึกหัดใช้ต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

(ง) ต้องเล่นในพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเล่นโดยเฉพาะ

(๒) คำเตือน ต้องระบุว่า “ถ้าไม่ใส่อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต”

ข้อความที่เป็น “คำเตือน” ต้องใช้ตัวอักษรสีแดงขนาดไม่ต่ำกว่า ๓ มิลลิเมตร และติดไว้ที่ตัวสินค้า

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

อนุวัฒน์  ธรมธัช

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๘๐ ง/หน้า ๖๑/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗


 

 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๗)

เรื่อง  ให้น้ำมันอเนกประสงค์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                        โดยที่สินค้าน้ำมันอเนกประสงค์เป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลายประกอบกับสินค้าดังกล่าวแสดงสาระสำคัญเกี่ยวกับฉลากสินค้าไม่ชัดเจนในการเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้งาน ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสามารถนำไปใช้เป็นน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ได้ ความจริงแล้วไม่เหมาะสมกับการใช้กับเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ชำรุดเสียหายมีอายุการใช้งานสั้นลง  ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้งาน จึงกำหนดให้น้ำมันอเนกประสงค์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายคณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้

“น้ำมันอเนกประสงค์” หมายความว่า น้ำมันที่ได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมหรือการแปรสภาพของน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้ว โดยจะมีส่วนผสมของสารเติมแต่งหรือไม่ก็ได้ และใช้สำหรับงานหล่อลื่นภายนอกได้ทุกประเภท

     ข้อ ๒  ให้น้ำมันอเนกประสงค์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(ก) ข้อแนะนำในการใช้ต้องระบุว่า “ใช้สำหรับงานหล่อลื่นภายนอกได้ทุกประเภท เช่น ชิ้นส่วนเครื่องจักรทั่วไป เป็นน้ำมันหยอดทิ้ง น้ำมันหยอดใบเลื่อยโซ่และเฟือง หรืออื่นๆ”

(ข) ข้อห้ามในการใช้ต้องระบุว่า “ห้ามนำไปใช้หล่อลื่นภายในเครื่องยนต์เบนซิน ๔ จังหวะ และเครื่องยนต์ดีเซล หรือใช้แทนน้ำมันเครื่อง 2T”

ข้อความที่เป็น “ข้อห้ามในการใช้” ต้องใช้ตัวอักษรสีแดงขนาดไม่ต่ำกว่า ๓ มิลลิเมตร และติดไว้ที่ด้านหน้าของน้ำมันอเนกประสงค์

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

อนุวัฒน์  ธรมธัช

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

มยุรี/พิมพ์

๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๗

สุนันทา/นวพร/ตรวจ

๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๙๓ง/๘๒/๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๗


 

 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๔๗)

เรื่อง  ให้ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีนสำหรับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีนสำหรับอาหารเป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลายประกอบกับสินค้าดังกล่าวไม่มีการระบุข้อแนะนำในการใช้งานและคำเตือนให้ผู้บริโภคได้รับทราบ ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้งานและทำให้เกิดความปลอดภัย จึงกำหนดให้ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีนสำหรับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้ “ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีนสำหรับอาหาร” หมายถึง ภาชนะและเครื่องใช้สำหรับอาหารที่ผลิตจากสารอัดแบบเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ชนิดใช้ทำผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับอาหารโดยผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปด้วยความร้อน

     ข้อ ๒  ให้ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีนสำหรับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ไว้ในฉลากด้วย

(๑) ข้อแนะนำในการใช้ ต้องระบุดังต่อไปนี้

(ก) “ควรใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มทำความสะอาด”

(ข) “ก่อนใช้งานครั้งแรกควรล้างด้วยน้ำเพื่อชะล้างสิ่งสกปรก”

(ค) “ไม่แนะนำให้ใช้กับเตาไมโครเวฟ”

(๒) คำเตือน ต้องระบุว่า “ห้ามใช้บรรจุอาหารหรือของเหลวที่มีอุณหภูมิสูงกว่า ๑๐๐ องศาเซลเซียส”

ข้อความที่เป็น “คำเตือน” ต้องใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่น

      ข้อ ๔  ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีนสำหรับอาหารที่ผลิตหรือนำเข้า ถ้าปรากฏว่าฉลากที่ได้จัดทำขึ้นไว้ก่อนวันประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ซึ่งไม่ถูกต้องตามประกาศฉบับนี้ ให้ใช้ฉลากเดิมต่อไปได้แต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

      ข้อ ๕[๑]  ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

อนุวัฒน์  ธรมธัช

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

อัมภิญา/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้า ๔๕/๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๗


 
 

 

ภูริชญา กันทะเนตร

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

  
  

  

 


Last Updated (Sunday, 17 May 2009 10:50)
VALID CSS   |   VALID XHTML