Home

 

ประกาศ เรื่องฉลาก (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522) 8/8

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Sunday, 17 May 2009 10:34


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๔๙)

เรื่อง ให้รถจักรยานยนต์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                        โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันได้มีผู้บริโภคประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกาย ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงกำหนดให้รถจักรยานยนต์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “รถจักรยานยนต์” หมายความว่า รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพิ่มอีกไม่เกินหนึ่งล้อ

     ข้อ ๒  ให้รถจักรยานยนต์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ ไว้ในฉลากด้วย

คำเตือน ต้องระบุว่า “อาจถึงตายหรือพิการ หากไม่สวมหมวกนิรภัย”

ข้อความที่เป็น คำเตือน “ต้องใช้ตัวอักษรขนาดไม่ต่ำกว่า ๕ มิลลิเมตร โดยใช้สีตัดกับสีพื้น สำหรับแสดงไว้ที่คู่มือการใช้งานรถจักรยานยนต์ และแสดงไว้ในลักษณะคงทนถาวรที่บริเวณถังน้ำมันหรือบริเวณอื่นของรถจักรยานยนต์ ที่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์สามารถเห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน”

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

รัศมี วิศทเวทย์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

นันทนา/ผู้จัดทำ

๑๑  เมษายน  ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๔๖ ง/หน้า ๑๖/๓ เมษายน ๒๕๔๙


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๙)

เรื่อง ให้เครื่องทำน้ำเย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก[๑]

                        โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันได้มีการใช้สินค้าเครื่องทำน้ำเย็นในสถานที่ต่างๆ อย่างแพร่หลายและมีผู้บริโภคได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตจากการใช้สินค้าดังกล่าว ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้า จึงกำหนดให้เครื่องทำน้ำเย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “เครื่องทำน้ำเย็น” หมายความว่า บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ทำให้น้ำเพื่อการบริโภคซึ่งไหลผ่านระบบการทำงานภายในบริภัณฑ์ดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือต่ำลง

     ข้อ ๒  ให้เครื่องทำน้ำเย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้

(๑) ข้อแนะนำในการใช้ ต้องระบุดังต่อไปนี้

 (ก) “ต้องติดตั้งสายดินให้ถูกวิธีพร้อมติดตั้งเครื่องทำน้ำเย็น”

 (ข) “ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว”

 (ค) “ต้องติดตั้งเครื่องทำน้ำเย็นในบริเวณที่เป็นฉนวนไฟฟ้าและไม่เปียกชื้น เช่น ปูพื้นด้วยผ้ายาง ฯลฯ และไม่ควรให้มีน้ำชื้นแฉะ”

 (ง) “ควรตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของเครื่องทำน้ำเย็นโดยช่างผู้ชำนาญงานเป็นประจำ อย่างน้อยทุก ๖ เดือน”

(๒)[๒] คำเตือน ต้องระบุว่า

 (ก) “อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ติดตั้งสายดินให้ถูกวิธี”

 (ข) “ห้ามใช้ตะกั่วบัดกรีในการซ่อมโดยเด็ดขาด”

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

รัศมี วิศทเวทย์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๒๙  ตุลาคม  ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๔๖ ง/หน้า ๑๗/๓ เมษายน ๒๕๔๙

[๒] ข้อ ๓ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๒๖
(พ.ศ. ๒๕๕๐) เรื่อง ให้เครื่องทำน้ำเย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)


 

 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙)

เรื่อง ให้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการพยุงตัวเด็กเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                        โดยที่ได้มีผลการวิจัยโดยแพทย์จากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการพยุงตัวเด็กที่มีลักษณะเป็นเบาะนั่งมีขอบแข็ง และมีล้อเลื่อน โดยมีการใช้งานด้วยวิธีให้เด็กนั่งอยู่ภายในเบาะ และใช้ขาช่วยในการเคลื่อนไหว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ช่วยในการหัดเดินของเด็กแต่อย่างใด และยังอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง เช่น การพลัดตก หรือพลิกคว่ำ เป็นต้น จึงสมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการพยุงตัวเด็กเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการพยุงตัวเด็ก” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการพยุงตัวเด็ก ที่มีลักษณะเป็นเบาะนั่งมีขอบแข็งและมีล้อเลื่อน โดยในส่วนที่นั่งมีการเจาะเป็นรูเพื่อให้ขาสอดลงไปได้

     ข้อ ๒  ให้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการพยุงตัวเด็กเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยห้ามใช้ชื่อเรียกว่ารถหัดเดิน และให้ระบุข้อความ ดังต่อไปนี้

(๑)  ให้มีข้อแนะนำในการใช้ โดยใช้ตัวอักษรขนาดไม่ต่ำกว่า ๒ มิลลิเมตร ระบุดังต่อไปนี้

(ก)  การใช้ผลิตภัณฑ์นี้อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการพลิกคว่ำหรือตกจากที่สูง โดยเฉพาะเมื่อใช้บนพื้นที่มีความต่างระดับ

(ข)  ขณะที่ให้เด็กใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

(ค)  ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้บนพื้นต่างระดับ

(๒)  คำเตือน ต้องระบุว่า “ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ช่วยในการหัดเดิน และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต”

ข้อความที่เป็นคำเตือน “ต้องใช้ตัวอักษรสีแดงขนาดไม่ต่ำกว่า ๕ มิลลิเมตร และแสดงไว้ที่ตัวสินค้าในลักษณะคงทนถาวร สามารถเห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน”

      ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

รัศมี วิศทเวทย์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

นันทนา/ผู้จัดทำ

๒๙  สิงหาคม  ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๙๑ ง/หน้า ๒๙/๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๙


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๕๐)

เรื่อง ให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                        โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันได้มีการนำสินค้าหลายชนิดมาบรรจุหรือห่อหุ้มรวมกันเป็นสินค้าชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรมเพื่อขายให้นำไปถวายแด่นักบวชในพระพุทธศาสนา ซึ่งสินค้าบางชนิดที่นำมารวมนั้น มีกำหนดอายุหรือเวลาที่ควรใช้โดยผู้ซื้อไม่อาจทราบได้ และสินค้าดังกล่าวอาจทำปฏิกิริยากัน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสี กลิ่น หรือรส จนอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคเนื่องในการใช้ หรือโดยสภาพได้ ดังนั้น การกำหนดฉลากของสินค้าชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรมจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคในการที่จะทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า ลักษณะ ข้อความ และข้อความที่จำเป็นของฉลากสินค้านั้น จึงสมควรกำหนดให้ชุดสังฆทาน หรือชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ชุดสังฆทาน หรือชุดไทยธรรม” หมายความว่า สินค้าที่นำมารวมเป็นชุด ไม่ว่าด้วยวิธีการใด เพื่อขายให้นำไปถวายแด่นักบวชในพระพุทธศาสนา

     ข้อ ๒  ให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ให้ติดตั้งหรือแสดงฉลากของสินค้าที่ควบคุมตามข้อ ๒ ซึ่งต้องเป็นข้อความภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน ตามตัวอย่างท้ายประกาศนี้ไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือสิ่งที่นำมาห่อหุ้ม โดยให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) คำว่า “ชุดสังฆทาน หรือชุดไทยธรรม”

(๒) รายการสินค้าที่ระบุขนาด มิติ ปริมาณ ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน และราคาของสินค้า แต่ละรายการ

(๓) ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรม

(๔) วันเดือนปีที่หมดอายุ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน ของสินค้าใดสินค้าหนึ่งที่นำมารวมนั้นระบุว่าเร็วที่สุด

(๕) วันเดือนปีที่บรรจุ

(๖) ราคารวมชุดจัดบรรจุที่ระบุหน่วยเป็นบาท

      ข้อ ๔  ชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรมใดที่มีการนำสินค้าที่อาจทำปฏิกิริยากันจนทำให้มี สี กลิ่น หรือรส เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคเนื่องในการใช้หรือโดยสภาพของสินค้านั้นได้ ให้ระบุคำเตือนในฉลากตามข้อ ๓ ด้วย เช่น ใบชา ข้าวสาร สบู่ และผงซักฟอก อาจทำปฏิกิริยากัน จนทำให้มีสี กลิ่น หรือรส เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค เนื่องในการใช้ หรือโดยสภาพของสินค้านั้นได้ ดังนั้น ผู้ใช้ควรแยกสินค้าที่อาจทำปฏิกิริยากันได้นั้นออกจากกันโดยเร็ว

      ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐

รัศมี วิศทเวทย์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

[เอกสารแนบท้าย]

 ๑.  ตัวอย่างการแสดงฉลากสินค้าชุดสังฆทาน และชุดไทยธรรม

 (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

โสรศ/ผู้จัดทำ

๒๒ มกราคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๔ ง/หน้า ๑๒/๑๒ มกราคม ๒๕๕๐


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๕๐)

เรื่อง ให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                        โดยที่ในปัจจุบันได้มีการนำ รถยนต์ใช้แล้วที่ประชาชนโดยทั่วไปใช้เป็นประจำมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก และกรณีปรากฏว่าผู้บริโภคไม่อาจทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้น เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อ หรือแลกเปลี่ยนโดยเข้าใจผิดในสาระสำคัญดังนั้น การกำหนดฉลากของสินค้ารถยนต์ใช้แล้วจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อหรือแลกเปลี่ยนสินค้าดังกล่าว จึงสมควรกำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ วรรคสาม และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“รถยนต์ใช้แล้ว” หมายความว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสองคน และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม ซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้ว ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจมีไว้เพื่อจำหน่าย

     ข้อ ๒  ให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุข้อมูลด้วยตัวอักษรขนาดไม่ต่ำกว่า ๑ เซนติเมตร เกี่ยวกับรถยนต์ใช้แล้ว ตามที่ปรากฏในรายการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ตั้งแต่วันจดทะเบียนจนถึงวันที่จำหน่าย ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) วันจดทะเบียน

(๒) เลขทะเบียน

(๓) เลขตัวรถ

(๔) เลขเครื่องยนต์

(๕) ยี่ห้อรถ

(๖) ยี่ห้อเครื่องยนต์

(๗) สี

(๘) ประเภทของรถ

(๙) ชนิดเชื้อเพลิง

(๑๐) ลำดับเจ้าของรถ

(๑๑) ภาระผูกพันของรถยนต์ที่มีอยู่ในวันจำหน่าย (ถ้ามี)

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

รัศมี วิศทเวทย์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๕๗ ง/หน้า ๘๓/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๕๐)

เรื่อง ให้อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                        โดยที่ปัจจุบันปรากฏว่ามีอุปกรณ์เครื่องเล่นสนามเป็นสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย หรือจิตใจ โดยเฉพาะเด็กและบางรายนำไปสู่การเสียชีวิต อันเนื่องจากการเล่นอุปกรณ์เครื่องเล่นสนามทั้งในสถานที่สาธารณะ สถานศึกษา และสถานที่ราชการ ดังนั้น การกำหนดฉลากของอุปกรณ์เครื่องเล่นสนามจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคในอันที่จะทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า และข้อความอันจำเป็นของฉลากสินค้าดังกล่าว จึงสมควรกำหนดให้อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“อุปกรณ์เครื่องเล่นสนาม” หมายความว่า สิ่งของ โครงสร้างและส่วนประกอบต่างๆ ที่ออกแบบและทำขึ้นสำหรับให้เด็กอายุ ๒ ปี จนถึง ๑๔ ปีเล่น ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งมีการจัดไว้บริการในสถานที่ราชการและสถานที่เอกชน เช่น สถานศึกษา สวนสาธารณะ ร้านอาหารศูนย์รับเลี้ยงเด็ก สนามเด็กเล่น วัด หรือโรงแรม เป็นต้น

     ข้อ ๒  ให้อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากตามข้อ ๒ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ แห่งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้ไว้ในฉลาก

(๑) ข้อแนะนำในการใช้ ให้แสดงไว้ที่สินค้า โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามนี้เหมาะสมกับเด็กอายุ ..... ปี

(ข) ควรตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของอุปกรณ์เครื่องเล่นสนามโดยช่างผู้ชำนาญงานอย่างสม่ำเสมอ

(ค) ต้องมีผู้ควบคุมดูแลขณะเล่น

(ง) ต้องติดตั้งอุปกรณ์เครื่องเล่นสนามในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น พื้นยางสังเคราะห์พื้นทราย เป็นต้น

(๒) อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามที่ผลิตโดยออกแบบให้ต้องยึดติดกับพื้นเพื่อความปลอดภัยต้องระบุคำเตือนว่า “หากไม่ได้ทำการยึดติดกับพื้น อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต” ด้วยตัวอักษรสีตัดกับสีพื้นขนาดไม่ต่ำกว่า ๕ มิลลิเมตร

(๓) เอกสารหรือคู่มือการติดตั้ง ต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) ส่วนประกอบของอุปกรณ์เครื่องเล่นสนาม

(ข) ขั้นตอนการติดตั้ง

(ค) คำแนะนำการติดตั้งที่มิให้อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามโค่นลง และการอื่นที่ควรจัดให้มีเพื่อความปลอดภัยของผู้เล่น

(ง) อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามนี้เหมาะสมกับเด็กอายุ ..... ปี

(จ) การตรวจสภาพอุปกรณ์โดยช่างผู้ชำนาญงาน

(ฉ) ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการเล่นและอื่นๆ เช่น สั่งระงับการเล่นเมื่อชำรุดข้อมูลการติดต่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายในกรณีชำรุด เป็นต้น

ข้อความที่เป็นข้อแนะนำใน (๑) และคำเตือนใน (๒) ต้องแสดงไว้ที่ตัวสินค้าในลักษณะคงทนถาวร หรือบริเวณใกล้เคียงที่สามารถเห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการเล่นและเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

รัศมี วิศทเวทย์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๒๕๗ ง/หน้า ๒๒/๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐


 
 

ภุริชญา กันทะเนตร

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

  
 


Last Updated (Tuesday, 30 November 1999 00:00)
VALID CSS   |   VALID XHTML