Home

 

Direct Sales and Direct Marketing Act, B.E. 2545 พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Thursday, 02 October 2008 06:22

พระราชบัญญัติ

ขายตรงและตลาดแบบตรง

พ.ศ. ๒๕๔๕

                       

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕

เป็นปีที่ ๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

           พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                       

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง

                       

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

                       

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕”

 

มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ในพระราชบัญญัตินี้

“ขายตรง” หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนำเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ โดยผ่านตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระชั้นเดียวหรือหลายชั้นแต่ไม่รวมถึงนิติกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

“ตลาดแบบตรง” หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น

“ผู้บริโภค” หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรงผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ

“ผู้จำหน่ายอิสระ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและนำสินค้าหรือบริการดังกล่าวไปเสนอขายตรงต่อผู้บริโภค

“ตัวแทนขายตรง” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบธุรกิจขายตรงให้นำสินค้าหรือบริการไปเสนอขายตรงต่อผู้บริโภค

“ซื้อ” หมายความรวมถึง เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น

“ขาย” หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น ตลอดจนการเสนอหรือการชักชวนเพื่อการดังกล่าวด้วย

“สินค้า” หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย

“บริการ” หมายความว่า การรับจัดทำการงาน การให้สิทธิใด ๆ หรือการให้ใช้หรือให้ประโยชน์ในทรัพย์สินหรือกิจการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่น แต่ไม่รวมถึงการจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงาน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง

“นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๔  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

มาตรา ๕  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ แจ้งข้อเท็จจริง หรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา

(๒) เข้าไปในสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงในระหว่างเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหรือตรวจดูเอกสาร หรือหลักฐานเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

(๓) เก็บหรือนำสินค้าในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่าง เพื่อตรวจสอบหรือวิเคราะห์โดยไม่ต้องชำระราคาสินค้านั้น ทั้งนี้ การเก็บหรือนำสินค้าตัวอย่างไปและการให้คืนสินค้าตัวอย่างตามความประสงค์ของเจ้าของให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การใช้อำนาจตามวรรคหนึ่ง (๒) ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด ระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดถึงการแสดงความบริสุทธิ์ก่อนการเข้าไปการมอบบันทึกเหตุผลในการเข้าไปให้แก่ผู้ครอบครองสถานที่ และการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้บังคับบัญชา

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

 

มาตรา ๖  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่

บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

 

มาตรา ๗  ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการนายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 

หมวด ๑

คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง

                       

 

มาตรา ๘  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง” ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการหนึ่งคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการขายตรงและการตลาดแบบตรง

(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

(๓) กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงจำนวนหนึ่งคน ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับธุรกิจตลาดแบบตรง จำนวนหนึ่งคน และผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จำนวนสองคน

(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการขายตรงหรือการตลาดแบบตรง  ทั้งนี้ ต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

ให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกรรมการและเลขานุการในการแต่งตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้บรรดาสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับธุรกิจขายตรง สมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับธุรกิจตลาดแบบตรง หรือสมาคมหรือมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วแต่กรณี เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอชื่อบุคคลให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

 

มาตรา ๙  ประธานกรรมการต้องไม่ดำรงตำแหน่ง หรือเป็นหุ้นส่วนหรือเป็นผู้ถือหุ้นเกินจำนวนร้อยละสิบ ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะหนึ่งปีก่อนดำรงตำแหน่งหรือระหว่างดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ

 

มาตรา ๑๐  ให้กรรมการตามมาตรา ๘ (๑) (๓) และ (๔) มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไป จนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

 

มาตรา ๑๑  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่อง ไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน

ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว

 

มาตรา ๑๒  ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การประชุมคณะกรรมการทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

 

มาตรา ๑๓  คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

(๒) แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้บริโภค  ในการนี้ จะระบุชื่อสินค้าหรือบริการ หรือชื่อของผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงด้วยก็ได้

(๓) กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง รวมทั้งติดตามสอดส่องพฤติการณ์ในการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง

(๔) วางระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

(๕) พิจารณาวินิจฉัยการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน

(๖) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการกำกับดูแลรวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง และพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงตามที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมาย

(๗) สอดส่องเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐให้ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

(๘) เสนอแนะในการออกกฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัตินี้

(๙) เรื่องอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมาย

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอมายังคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้

 

มาตรา ๑๔  คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการก็ได้

มาตรา ๑๕  การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นำมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

มาตรา ๑๖  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจสั่งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็นหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งอื่นใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้

 

มาตรา ๑๗  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือสงสัยว่ากระทำการอันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัตินี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นตามสมควร เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นและเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือจะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

การกำหนดหรือการออกคำสั่งในเรื่องใดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการคำนึงถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้บริโภค ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง และในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการจะกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการชั่วคราวในการบังคับให้เป็นไปตามการกำหนดหรือการออกคำสั่งนั้นก็ได้

 

มาตรา ๑๘  ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภครับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการและมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ติดตามสอดส่องพฤติการณ์ในการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

 

หมวด ๒

การประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง

                       

 

มาตรา ๑๙  ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรงหรือในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น

 

ส่วนที่ ๑

การประกอบธุรกิจขายตรง

                       

 

มาตรา ๒๐  ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจขายตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๒๑  ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงต้องดำเนินกิจการให้เป็นไปตามแผนการจ่ายผลตอบแทนของตนที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๓๘

แผนการจ่ายผลตอบแทนต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) ต้องไม่กำหนดให้ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้างได้รับผลตอบแทนที่เป็นรายได้หลักจากการรับสมัครบุคคลหรือแนะนำผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้างอื่นเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรง

(๒) ผลตอบแทนที่เป็นรายได้หลักของผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้างขึ้นอยู่กับการขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค รวมไปถึงการซื้อเพื่อการใช้หรือบริโภคเอง

(๓) ต้องไม่บังคับให้ผู้จำหน่ายอิสระซื้อสินค้า

(๔) ต้องไม่ชักจูงให้ผู้จำหน่ายอิสระซื้อสินค้าในปริมาณมากเกินไปอย่างไม่สมเหตุผล

(๕) ต้องแสดงวิธีการคิดคำนวณการจ่ายผลตอบแทนที่ตรงต่อความเป็นจริง หรือเป็นไปได้จริงและอย่างเปิดเผยชัดเจน

 (๖) ลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

แผนการจ่ายผลตอบแทนใดที่มีลักษณะแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในวรรคสองให้มีผลบังคับใช้เท่าที่เป็นธรรมแก่ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้าง

 

มาตรา ๒๒  ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสมัครเข้าเป็นสมาชิกค่าฝึกอบรม ค่าวัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรงจากผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้างในอัตราสูงกว่าที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

 

มาตรา ๒๓  สัญญาระหว่างผู้จำหน่ายอิสระกับผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ให้ทำเป็นหนังสือซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(๑) เงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจ่ายผลตอบแทนตามแผนการจ่ายผลตอบแทน

(๒) เงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการสมัคร ค่าฝึกอบรม ค่าวัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

(๓) เงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงจะรับซื้อสินค้า วัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย ชุดคู่มือ หรืออุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจคืนจากผู้จำหน่ายอิสระ ตลอดจนกำหนดระยะเวลาที่ผู้จำหน่ายอิสระสามารถใช้สิทธิดังกล่าว

ความในวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ให้นำมาใช้บังคับแก่ตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้างด้วย

 

มาตรา ๒๔  ในการนำสินค้าหรือบริการไปเสนอขายตรงต่อผู้บริโภค ผู้จำหน่ายอิสระต้องดำเนินการตามเงื่อนไขและแผนการขายที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงกำหนด

 

มาตรา ๒๕  เมื่อผู้จำหน่ายอิสระใช้สิทธิคืนสินค้า วัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย ชุดคู่มือหรืออุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจที่ซื้อไปจากผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงซื้อคืนตามราคาที่ผู้จำหน่ายอิสระได้จ่าย ภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้จำหน่ายอิสระใช้สิทธิคืน แต่ในการใช้สิทธิคืนกรณีที่สัญญาตามมาตรา ๒๓ สิ้นสุดลง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงมีสิทธิหักค่าดำเนินการได้ไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และมีสิทธิหักกลบลบหนี้ใด ๆ อันเกี่ยวกับสัญญาตามมาตรา ๒๓ที่ผู้จำหน่ายอิสระจะต้องชำระได้

 

มาตรา ๒๖  ในการเข้าไปติดต่อเพื่อเสนอขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้บริโภคหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นก่อน และต้องไม่กระทำการอันเป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดความรำคาญแก่บุคคลดังกล่าว  ในการนี้ ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงซึ่งออกโดยผู้ประกอบธุรกิจขายตรงด้วย

 

ส่วนที่ ๒

การประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

                       

มาตรา ๒๗  ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจแบบตลาดตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจแบบตลาดตรงตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๒๘  ข้อความในการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา ๒๙  ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณามาใช้บังคับแก่การสื่อสารข้อมูล เพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยอนุโลม โดยให้ถือว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี และให้ถือว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

 

 

                                                                    หมวด ๓

การคุ้มครองผู้บริโภค

                       

มาตรา ๓๐  ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงมีหน้าที่ส่งมอบเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค

เอกสารการซื้อขายตามวรรคหนึ่งต้องมีข้อความภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่าย โดยระบุชื่อผู้ซื้อและผู้ขาย วันที่ซื้อขายและวันที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ รวมทั้งสิทธิของผู้บริโภคในการเลิกสัญญาซึ่งสิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวต้องกำหนดด้วยตัวอักษรที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป

 

มาตรา ๓๑  คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดรายละเอียดในเอกสารการซื้อขายสินค้าหรือบริการที่ใช้วิธีการขายตรงหรือตลาดแบบตรง โดยถือเอาราคาสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองและประเภทสินค้าหรือบริการเป็นสำคัญ

เอกสารการซื้อขายตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดตามมาตรา ๓๐

(๒) กำหนดเวลา สถานที่ และวิธีการในการชำระหนี้

(๓) สถานที่ และวิธีการในการส่งมอบสินค้าหรือบริการ

(๔) วิธีการเลิกสัญญา

(๕) วิธีการคืนสินค้า

(๖) การรับประกันสินค้า

(๗) การเปลี่ยนสินค้าในกรณีมีความชำรุดบกพร่อง

ประกาศกำหนดรายละเอียดในเอกสารการซื้อขายให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา ๓๒  การซื้อขายสินค้าหรือบริการใดที่ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ไม่ได้จัดให้มีเอกสารการซื้อขายที่มีรายละเอียดตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ ย่อมไม่มีผลผูกพันกับผู้บริโภค

 

มาตรา ๓๓ ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการจากการขายตรงหรือจากการขายผ่านตลาดแบบตรง ผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญาโดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาภายในเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับสินค้าหรือบริการ ไปยังผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง สำหรับธุรกิจขายตรงผู้บริโภคจะแจ้งไปยังผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่เกี่ยวข้องก็ได้

บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับประเภท ราคาหรือชนิดของสินค้าหรือบริการตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

 

มาตรา ๓๔  ผู้บริโภคที่ใช้สิทธิเลิกสัญญาตามมาตรา ๓๓ ต้องเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) ส่งคืนสินค้าไปยังผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจขายตรงในกรณีการขายตรง หรือส่งคืนสินค้าไปยังผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ในกรณีตลาดแบบตรง

(๒) เก็บรักษาสินค้าไว้ตามสมควรภายในระยะเวลายีสิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ใช้สิทธิเลิกสัญญา เว้นแต่สินค้านั้นเป็นของเสียง่ายโดยสภาพไม่อาจเก็บรักษาได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้เก็บรักษาตามเวลาและวิธีการอันควรแก่สภาพ เมื่อพ้นกำหนดแล้ว ผู้บริโภคจะเก็บรักษาสินค้านั้นไว้หรือไม่ก็ได้

ผู้บริโภคที่เลือกปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง (๒) มีหน้าที่ต้องส่งคืนสินค้าให้ผู้จำหน่ายอิสระตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี มารับคืนณ ภูมิลำเนาของผู้บริโภค แต่ถ้าผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ขอให้ผู้บริโภคส่งคืนสินค้าทางไปรษณีย์โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง (๒)ผู้บริโภคต้องส่งคืนสินค้านั้นตามคำขอของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว

ถ้าสินค้าเป็นของใช้สิ้นเปลือง ผู้บริโภคมีหน้าที่คืนเฉพาะส่วนที่เหลือจากการใช้ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญา

หลักเกณฑ์และวิธีการในการคืนสินค้าและบริการให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะยึดหน่วงสินค้าไว้ได้จนกว่าจะได้รับคืนเงินที่ผู้บริโภคจ่ายไปในการซื้อสินค้านั้น

 

มาตรา ๓๕  ภายใต้บังคับมาตรา ๓๔ หากสินค้าหรือบริการนั้นบุบสลาย หรือสูญหายเพราะความผิดของผู้บริโภค หรือผู้บริโภคได้ทำให้การคืนสินค้าหรือบริการกลายเป็นพ้นวิสัย ให้ผู้บริโภคชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี เว้นแต่เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติจากการเปิดการประกอบหรือการผสมเพื่อใช้สินค้าหรือบริการ

 

มาตรา ๓๖  เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิเลิกสัญญาตามมาตรา ๓๓ ให้ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงคืนเงินเต็มจำนวนที่ผู้บริโภคจ่ายไปเพื่อการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นภายในกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญา

ในกรณีที่ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงใดไม่คืนเงินตามจำนวนและภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้นชำระเบี้ยปรับตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้แก่ผู้บริโภค

 

มาตรา ๓๗  คำรับประกันสินค้าหรือบริการให้จัดทำเป็นภาษาไทยและระบุถึงสิทธิของผู้บริโภคในการเรียกร้องสิทธิตามคำรับประกันที่ชัดเจนและสามารถเข้าใจได้ถึงเงื่อนไขที่ระบุไว้

รายละเอียดเกี่ยวกับคำรับประกันสินค้าหรือบริการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

 

หมวด ๔

การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง

                       

มาตรา ๓๘  บุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจขายตรงหรือประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ให้ยื่นแผนการจ่ายผลตอบแทนพร้อมกับคำขอตามวรรคหนึ่งด้วย

ในกรณีจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนการจำหน่ายผลตอบแทน ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้นายทะเบียนทราบก่อนจึงจะนำไปปฏิบัติได้

 

มาตรา ๓๙  คำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

(๒) ภูมิลำเนาของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

(๓) ประเภทหรือชนิดของสินค้าหรือบริการ

(๔) วิธีการขายสินค้าหรือบริการ

 

หมวด ๕

นายทะเบียน

                       

 

มาตรา ๔๐  ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้คำชี้แจง หรือให้ส่งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นมาเพื่อประกอบการพิจารณาหรือตรวจสอบได้

 

มาตรา ๔๑  เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงให้นายทะเบียนพิจารณาและตรวจสอบในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) แผนการจ่ายผลตอบแทนต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๒) สินค้าหรือบริการมีลักษณะตรงตามที่ได้มีการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขาย

(๓) สัญญามีรายการถูกต้องและครบถ้วนตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่า การยื่นคำขอนั้นถูกต้องตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๙ ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง

ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่า การยื่นคำขอนั้นไม่ถูกต้องตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่งและมาตรา ๓๙ ให้มีคำสั่งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในเวลาอันสมควร

เมื่อผู้ยื่นคำขอได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารดังกล่าว

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงภายในเวลาที่กำหนดให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นกำหนดเวลาให้ปฏิบัติตามคำสั่ง

 

มาตรา ๔๒  กรณีปรากฏแก่นายทะเบียนในภายหลังว่าผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงรายใดประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอน

 

หมวด ๖

การอุทธรณ์

                       

 

มาตรา ๔๓  ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงตามมาตรา ๔๑ หรือมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงตามมาตรา ๔๒ ให้ผู้ยื่นคำขอ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่รับจดทะเบียนหรือหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียน

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๔๔  หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

หมวด ๗

บทกำหนดโทษ

                       

 มาตรา ๔๕  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๖  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท

 

มาตรา ๔๗  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

 

มาตรา ๔๘  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท

 

มาตรา ๔๙  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๕๐  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

 

มาตรา ๕๑  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

 

มาตรา ๕๒  ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงใดไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงแผนการจ่ายผลตอบแทนให้นายทะเบียนทราบตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท

 

มาตรา ๕๓  ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

 

มาตรา ๕๔  ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล ให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น

 

มาตรา ๕๕  บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และในการนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขประการใด ๆ ให้แก่ผู้ได้รับมอบหมายตามที่เห็นสมควรก็ได้

ภายใต้ข้อบังคับของบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ในการสอบสวน ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องมายังคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้นั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ

เมื่อผู้กระทำความผิดได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญา

 

บทเฉพาะกาล

                       

 

มาตรา ๕๖  ให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงที่ประกอบธุรกิจดังกล่าวอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำเนินการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 พันตำรวจโท ทักษิณ  ชินวัตร

            นายกรัฐมนตรี

 

                       

หมายเหตุ:  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าหรือบริการในปัจจุบันได้ใช้วิธีการทำตลาดในลักษณะที่เข้าถึงผู้บริโภค โดยการเสนอขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือของบุคคลอื่น หรือสถานที่อื่นที่ไม่ใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระโดยการอธิบายหรือการสาธิตสินค้าผ่านผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรง การเสนอขายสินค้าหรือบริการในลักษณะดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคอยู่ในสภาวการณ์ที่ไม่อาจตัดสินใจตกลงซื้อสินค้าหรือรับบริการได้อย่างอิสระและรอบคอบ  นอกจากนี้ ยังมีการประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค เช่น โดยอาศัยสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเลคทรอนิกส์ โดยมุ่งหวังให้ผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางแสดงเจตนาตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการดังกล่าวนั้น ซึ่งในกรณีสินค้าหรือบริการดังกล่าวอาจไม่ตรงกับคำกล่าวอ้างตามที่ได้โฆษณาไว้ อีกทั้งการทำตลาดขายตรงและตลาดแบบตรงในปัจจุบันได้มีการใช้วิธีการชักชวนและจัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในธุรกิจดังกล่าว โดยตกลงจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น อันมีลักษณะเป็นการหลอกลวงประชาชน การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการขายแบบเชิงรุกดังกล่าว ทำให้ประชาชนโดยทั่วไปในฐานะผู้บริโภคตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและไม่สงบสุขในสังคม ประกอบกับบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคได้อย่างเพียงพอ  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 

       

 -Unofficial  Translation-

 

Direct Sales and Direct Marketing Act, B.E. 2545 (2002 )

 

Bhumibol Adulyadej, REX., 

Given on the 30 of April B.E. 2545 (2002) 

Being the 57th year of the present reign 

  

His Majesty King Bhumibol Adulyadej is graciously pleased to proclaim that 

It is deemed expedient to initiate the law governing direct sales and direct marketing.

This Act contains certain provisions that limit the rights and freedom of persons, which Section 29 in conjunction with Section 50 of the Constitution of the Kingdom of Thailand permits such initiation by virtue of the statutory provisions.

The King, by the advice and consent of the Parliament, therefore, enact this Act as follows: 

  

Section 1
This Act shall be called “Direct Sales and Direct Marketing Act B.E. 2545 (2002)” 

Section 2
This Act shall be enforceable upon the lapse of one hundred and twenty days commencing from the day after the publication in the Royal Gazette onwards. 

Section 3
In this Act, 

“Direct sales” refers to the marketing of goods or services made directly to the consumer at his/her home or workplace or the home or workplace of others or any other place which is not an ordinary place of business, through the direct sales representative or uni-level or multi-level independent distributors but not including transactions specified in the Ministerial Regulations. 

“Direct marketing” refers to the marketing of goods or services in a manner of communicating information for the sales of goods or services directly to the consumer at a distance and expecting such consumer to respond and purchase the goods or services from the direct marketing operator. 

“Consumer” refers to a purchaser or any person obtaining services from the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator, or any person being offered or induced by the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator to purchase its goods or services. 

“Independent distributor” refers to a person who receives the right of ownership of the goods or services from the direct sales operator, and directly offers such goods or services to the consumer. 

“Direct sales representative” refers to a person who is authorized by the direct sales operator to directly offer goods or services to the consumer. 

“To purchase” includes to lease, to hire-purchase, or to acquire by any other way by paying money or any other interest in compensation. 

 “To sell” includes to let, to give hire-purchase, or to supply in any other way by demanding compensation in money or in any other form of interest as well as the offering or inducement with respect thereof. 

“Goods” refers to products manufactured or available for sale. 

“Services” refers to the undertaking of work granting of any rights or granting of right to use or conferring of interest in any property or business by demanding money or any other form of interest in compensation, but not including employment under the labor law. 

“Commission” refers to the Direct Sales and Direct Marketing Commission. 

“Member” refers to the Member of the Direct Sales and Direct Marketing Commission. 

“Registrar” refers to the Secretary of the Consumer Protection Board. 

“Officer” refers to any person authorized by the Minister for the execution of this Act. 

“Minister” refers to the Minister in charge and in control of the observance of this Act. 

Section 4
The Prime Minister shall take charge and control the execution of this Act and have the power to appoint an Officer and issue Ministerial Regulations with regard to the observance of this Act. 

Such Ministerial Regulations shall be enforceable upon the publication in the Royal Gazette. 

Section 5
In observing this Act, the Officer shall have the following power: 

(1)   To issue a notice demanding any person to give a statement, information, or explanation in writing, or to deliver account books, registration books, documents or any other evidence for examination or consideration. 

(2)   To enter into the place of business of the direct sales operator or the direct marketing operator during the business hours of such premises in order to inquire for information or inspect documents or evidence for compliance with this Act. 

(3)   To collect or keep a reasonable amount of goods without payment as samples to examine or analyze. Such sample goods shall be collected, kept, and returned at the request of the owner shall be in accordance with the terms stipulated by the Commission. 

The exercise of power as stated in (2) of the first paragraph shall be carried out pursuant to the regulations stipulated by the Secretary of the Consumer Protection Board. Such regulations shall at least consist of a provision regarding the express fidelity of the Officer to the occupier of the premises prior to its entrance, the provision of its reasons in writing and the reporting of the result of its performance to its supervisor. 

In performing its duties under the first paragraph, related persons shall provide reasonable assistance. 

Section 6
In observing this Act, the Officer shall present its Officer identification card. 

Such identification card shall be in accordance with the form prescribed by the Commission. 

Section 7
In carrying out this Act, the Member, the Sub-Member, the Registrar, and the Officer shall be deemed public officers under the Penal Code of Thailand. 

  

Chapter 1 

Direct sales and Direct Marketing Commission 

  

Section 8
A Commission shall be set up and called “Direct Sales and Direct Marketing Commission” and shall consist of the following persons: 

(1)   Chairman appointed by the Cabinet amongst persons of direct sales and direct marketing knowledge and expertise. 

(2)   Members by position, which include the Director General of the Department of Internal Trade, the Director General of the Department of Industrial Promotion, the Chief Director of the Royal Thai Police and the Secretary General of the Food and Drug Administration. 

(3)   One Member appointed by the Cabinet amongst representatives of associations with objectives relating to the business of direct sales, one representative of associations with objectives relating to the business of direct marketing and two representatives of associations or foundations with objectives relating to consumer protection. 

(4)   Four honorary Members appointed by the Cabinet amongst persons with direct sales or direct marketing knowledge and expertise. At least half of such Members shall be appointed from the private sector. 

The Secretary of the Consumer Protection Board shall be a Member and Secretary. 

In appointing Members under (3) of the first paragraph, all associations with objectives relating to the business of direct sales, associations with objectives relating to the business of direct marketing, or associations or foundations with objectives relating to consumer protection, as the case may be, may nominate any competent person(s) to the Cabinet for consideration and appointment. The conditions and procedures of nomination shall be pursuant to the rules stipulated by the Minister. 

Section 9
The Chairman shall not hold any position or be a partner or shareholder of more than 10% in any partnership or company engaged in the business of direct sales or direct marketing within a period of one year prior to the acceptance of the position or during the position as Chairman. 

Section 10
The Members under Section 8(1), (3) and (4) shall hold their positions for a term of three years. The Member may be re-elected for not more than two consecutive terms. 

Upon the expiry of each term as mentioned in the first paragraph, if a new Member has not been appointed, the retiring Member shall remain in position until a new Member has assumed its position. 

Section 11
Except the case of retirement by rotation under Section 10, the Member appointed by the Cabinet shall be terminated upon: 

(1)   Death; 

(2)   Resignation; 

(3)   Adjudicated bankrupt; 

(4)   Being declared incompetent or quasi-incompetent; 

(5)   Being sentenced by a final judgment to be imprisoned except for offenses committed by negligence or petty offenses; 

(6)   Being removed from position by the Cabinet due to the failure to perform its duties, dishonesty, misconduct or incompetence. 

In case of the Member is terminated before the expiry of its term, the Cabinet may appoint a third person in its place. Such person shall serve as Member for the remaining term of the terminated Member. 

In case of an additional Member is appointed by the Cabinet during the term of the existing Members, such Member shall hold office for the remaining period of the current term of the existing Members. 

Section 12
In the Meeting of the Members, if the Chairman is absent or not present in the meeting, the participating Members shall elect one of the participating Members to act as chairman of the meeting. 

In every meeting of the Members, there shall consist of at least half the number of the Members to constitute the quorum. 

The resolution of the meeting shall be passed by majority votes. Each Member shall have one vote. If there is an equality of the votes, the Chairman of the meeting shall have a casting vote. 

Section 13
The Members shall have the following power and duties: 

(1)   To consider complaints from the consumer who is affected or damaged by the actions of the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator; 

(2)   To relate or publicize information regarding the goods or services which may cause damage or harm to the rights of the consumer and for this purpose, the name of the goods or services, or the name of the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator may be indicated; 

(3)   To control the operation of the direct sales operator or the direct marketing operator, including to supervise the direct sales and the direct marketing activities; 

(4)   To stipulate regulations or notifications regarding the observance of this Act; 

(5)   To consider and decide upon appeals against the Registrar’s order; 

(6)   To refer matters concerning the policy and supervisory procedures to the Cabinet for consideration, and to promote and support the business of direct sales and direct marketing as well as to render opinions regarding direct sales and direct marketing activities as may be authorized by the Cabinet or the Minister; 

(7)   To control and supervise the performance of the Officers, the government divisions or departments to comply with their respective power and duties under the law, including to accelerate the Officers to proceed with cases on wrongdoing committed against the provisions of this Act; 

(8)   To initiate the issuance of Ministerial Regulations pursuant to this Act; 

(9)   Other matters as may be authorized by the Cabinet or the Minister. 

In observing this Section, the Member may authorize the Office of Consumer Protection to observe or provide reference to the Member for consideration and further actions. 

Section 14
The Commission may appoint a sub-Commission to consider or act on its behalf. 

Section 15
Section 12 shall be applied to the Meeting of the Sub-Commission mutatis mutandis. 

  

Section 16 

In observing Section 13 and Section 14, the Commission or the sub-Commission is authorized to summon any person to give a statement, explanation, comments or opinions, including to submit any related documents or evidence, or any other items to support the consideration. 

Section 17
In observing this Act, the Commission shall provide reasonable opportunity to the accused or suspect of infringing this Act to explain and clarify the facts except in case of necessity or urgent basis, which a delay may cause critical damage to any person or may effect public interest. 

In rendering any command or order under this Act, the Commission must give due regard to the damage which may occur to the consumer, the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator and the direct marketing operator. The Commission, at its own discretion, may stipulate conditions or interim procedures in enforcing such command or order. 

Section 18
The Office of Consumer Protection under the consumer protection law shall be responsible for the administrative work of the Commission and the acceptance of the direct sales and direct marketing application, and to supervise the direct sales and direct marketing activities to be in compliance with this Act. 

  

Chapter 2 

Direct sales and direct marketing 

  

Section 19 

The direct sales operator and the direct marketing operator shall not operate their businesses in a manner of inducing any person to join a direct sales or direct marketing network and promising to grant benefits which will be calculated from the number of persons joining the network. 

  

Part 1 

Direct Sales 
  

Section 20 

No person shall operate the business of direct sales unless registered to conduct the business of direct sales under this Act. 

Section 21
The direct sales operator shall operate its business in accordance with its remuneration payment plan submitted to the Registrar under Section 38. 

The remuneration payment plan shall be in the following manner: 

(1)    It shall not confer benefit upon the independent distributor or self-employed direct sales representative which is received as its main income by means of recruiting any person or recommending any independent distributor or self-employed direct sales representative to join the direct sales network. 

(2)    The main income of the independent distributor or self-employed direct sales representative depends on the sales of goods or services to the consumer, including the purchase for personal consumption. 

(3)    It shall not require the independent distributor to purchase goods. 

(4)    It shall not encourage the independent distributor to purchase goods in unreasonably large amounts. 

(5)    It shall clearly demonstrate the actual or possible calculation of the payment of remuneration. 

(6)    Any other manners as specified by the Commission. 

Any terms related to the remuneration payment plan other than those indicated in the second paragraph shall be enforceable only to the extent that they are fair to the independent distributor or the self-employed direct sales representative. 

Section 22
The direct sales operator shall not demand from the independent distributor or the self-employed direct sales representative for membership fee, training fee, promotional material costs or any other fees related to the participation of the direct sales network at a higher rate than imposed by the Commission. 

Section 23
The contract entered into between the independent distributor and the direct sales operator shall be in writing and shall consist of at least the following: 

(1)    Definite terms regarding the payment of remuneration under the remuneration payment plan. 

(2)    Definite terms regarding the membership fee, the training fee, the promotional material costs or any other fees. 

(3)    Definite terms regarding the repurchase of the goods, the promotional materials, the manuals, or the business sales promotional materials by the direct sales operator from the independent distributor, including a prescription period for the independent distributor to exercise such rights. 

The provisions in (1) and (2) of the first paragraph shall apply to the self-employed direct sales representative mutatis mutandis. 

Section 24
In offering goods or services to the consumer by direct sales, the independent distributor shall proceed in accordance with the conditions and the sales plan stipulated by the direct sales operator. 

Section 25 

Upon the independent distributor’s exercise of its rights to return the goods, the promotional materials, the manuals or the business sales promotional materials first purchased from the direct sales operator, the direct sales operator may repurchase the same at the price paid by the independent distributor within fifteen days from the day the independent distributor exercises its rights. In the event of the exercise of rights upon the expiration of the contract under Section 23, the direct sales operator is entitled to deduct expenses in the amount not exceeding the rate stipulated by the Commission and shall have the right to set-off any debts relating to the contract under Section 23 payable by the independent distributor. 

Section 26
Upon the sales presentation directed to the consumer at his/her home or workplace or the home or workplace of other persons, or any other place which is not the normal place of business, prior consent from the consumer or the occupier of the premises must be obtained before the independent distributor or the direct sales representative enters the premises. The independent distributor or the direct sales representation shall not cause any intrusion or annoyance to the said person(s) and for this purpose, produce its identification card and its independent distributor or direct sales representative identification card issued by the direct sales operator. 

  

Part 2
Direct marketing 

  

Section 27
No person shall operate the business of direct marketing unless registered for direct marketing under this Act. 

Section 28
The information used in the offering of goods or services of the direct marketing operator shall be as stipulated in the Ministerial Regulations. 

Section 29
The provisions of the consumer protection law related to consumer protection regarding the advertisement shall apply mutatis mutandis to the provision of information by the direct marketing operator regarding the offering of goods or services.  The power and duties of the Consumer Protection Board shall be deemed the power and duties of the Minister, and the power and duties of the Advertisement Committee shall be deemed the power and duties of the Commission. 

    
Chapter 3 

Consumer Potection 
  

Section 30
The independent distributor, the direct sales representative or the direct marketing operator shall have the duty to provide the documents related to the sales of goods or services to the consumer. 

The sales documents mentioned in the foregoing paragraph shall be made in easily understood Thai language and shall indicate the name of the purchaser and the seller, the date of the sales and the delivery date of the goods or services. Such documents must also state the rights of the consumer to terminate the contract, which shall be prescribed with emphasized alphabets. 

Section 31
The Commission shall have the power to provide the details of the documents on the sale of goods or services by way of direct sales or direct marketing.  The price of the goods or services under which the consumer is protected and the type of goods or services shall be duly considered. 

The sales documents mentioned in the foregoing paragraph shall contain at least the follow details: 

1.      Details under Section 30; 

2.      Time, place, and method of payment; 

3.      Place and method of the delivery of goods or services; 

4.      Method of termination; 

5.      Method of the goods return; 

6.      Warranty of goods; 

7.      Substitution of defected goods. 

Details of the information required to be contained in the sales documents shall be published in the Royal Decree.

Section 32 

Any sales of goods or services conducted by the independent distributor, the direct sales representative or the direct marketing operator in absence of relevant sales documents with details as prescribed under Section 30 or Section 31 shall be unenforceable against the consumer.

Section 33
In purchasing goods or services via direct sales or direct marketing, the consumer is entitled to terminate the contract upon expressing its intention in writing to the direct sales operator or the direct marketing operator within seven days from the day it receives the goods or services. In case of direct sales, the consumer may notify the same to the relevant independent distributor or the direct sales representative. 

The foregoing provision shall not apply to the category, price or type of goods or services specified in the Royal Decree. 

Section 34
Any consumer exercising its right to terminate the contract under Section 33 shall choose to act any one of the following: 

(1)    To return the goods to the independent distributor, the direct sales representative or the direct sales operator in case of direct sales, or to return the goods to the direct sales operator in case of direct marketing; 

(2)    To take proper care of the goods for a period of twenty-one days commencing from the day it exercises its termination rights, unless the goods are disposable and cannot be kept for the duration of the said period. In such case, the consumer shall keep the goods for a period of time and by means as appropriate to its condition. After the expiry of such period, the consumer may choose to keep the said goods or dispose of the goods at its own discretion. 

The consumer who chose to act pursuant to (2) of the first paragraph shall return the goods to the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator, as the case may be, to be collected at its respective domicile. Should the direct sales operator or the direct marketing operator request the consumer to return the goods by registered mail with collection of payment at destination within the period as specified in (2) of the first paragraph, the consumer shall return the said goods accordingly. 

In case of disposable goods, the consumer shall return the remaining part prior to its exercise of the right to terminate the contract. 

The terms and conditions of returning the goods and services shall be in compliance with the Ministerial Regulations. 

The consumer is entitled to retain the goods until the price of the goods are refunded. 

Section 35
Under Section 34, if the goods or services are damaged or lost due to the consumer’s responsibility, or it is beyond the consumer’s control to return the goods or services due to its own fault, the consumer shall reimburse the damages to the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator, as the case may be, except for damages incurred in an ordinary course of opening, assembling or mixing for the use of the goods or services. 

Section 36
Upon the consumer’s exercise of its right to terminate the contract under Section 33, the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator shall refund to the consumer full amount of the purchase price of the goods or services within fifteen days from the day it receives the notice to terminate the contract. 

If the independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator fails to refund the amount within the period prescribed in the foregoing paragraph, the said independent distributor, the direct sales representative, the direct sales operator or the direct marketing operator shall be subject to a fine at the rate as specified by the Commission. 

Section 37 

The terms of warranty of the goods or services shall be specified in the Thai language and clearly state the rights of the consumer in claiming the warranty and easily understood conditions. 

Details of the terms of warranty of the goods or services in the foregoing shall as be stipulated by the Commission. 

  

Chapter 4 

Registration of Direct Sales and Direct Marketing 

  

Section 38 

Any person who wishes to operate the business of direct sales or direct marketing shall apply for registration with the Registrar under the terms and procedures as may be imposed by the Commission. 

In case of the direct sales operator, remuneration payment plan shall be submitted together with the application stated in the foregoing. 

In case of an amendment to the remuneration payment plan, the direct sales operator shall notify such amendment to the Registrar prior to its execution. 

Section 39
The application for registration of direct sales and direct marketing shall comply with the conditions prescribed by the Commission, which shall consist of at least the following: 

(1)   Name of the direct sales operator or the direct marketing operator; 

(2)   Domicile of the direct sales operator or the direct marketing operator; 

(3)   Category or type of the goods or services; 

(4)   Method of offering the goods or services. 

  

Chapter 5 

Registrar 

  

Section 40
In the observance of its duties under this Act, the Registrar has the power to summon relevant persons to give a statement or submit necessary documents and evidence for the consideration or inspection. 

Section 41
Upon the receipt of the application for registration to operate the business of direct sales or direct marketing, the Registrar shall consider and examine the following details: 

(1)   Remuneration payment plan shall not be contrary to the law or against good morals and public order; 

(2)   The goods or services are in compliance with the description set out in the offering documents; 

(3)   The contract contains accurate and complete information as specified by the Commission. 

In case the Registrar deems the application is in compliance with the first paragraph of Section 38 and Section 39, the Registrar must accept the registration for direct sales or direct marketing and notify in writing to the applicant within forty-five days from the date of acceptance of the said application for direct sales or direct marketing. 

In case the Registrar deems that the application does not comply with the first paragraph of Section 38 and Section 39, it shall order the applicant to amend or correct its application within a reasonable period of time. Upon the applicant’s submission of the amended or modified application, the Registrar shall accept the registration for direct sales or direct marketing and notify in writing the same to the applicant within thirty days from the acceptance of the said documents. 

In the event the applicant fails to comply with the order to amend or modify within the specified period, the Registrar shall reject the application for registration of the direct sales or direct marketing and notify in writing together with the grounds of such action to the applicant within seven days from the expiry of the prescription period for the observance of such order. 

Section 42
If it subsequently occurs to the Registrar that any direct sales operator or the direct marketing operator conducts its business in violation with the provisions of this Act, the Registrar shall have the power to revoke such person’s direct sales or direct marketing registration and notify in writing to the applicant along with the grounds of such action to the direct sales operator or the direct marketing operator within seven days from the date of revocation. 

  

Chapter 6 

Appeal 

  

Section 43
In case the Registrar rejects the registration of direct sales or direct marketing under Section 41 or revokes the registration of direct sales or direct marketing under Section 42, the applicant, the direct sales operator or the direct marketing operator, as the case may be, shall have the right to appeal in writing to the Commission within thirty days from the receipt of the order rejecting the registration or the revocation notice from the Registrar. 

The decision of the Commission shall be final. 

Section 44
The principles and procedures for lodging an appeal and the proceedings of the appeal shall be subject to the rules as may be imposed by the Commission. 

  

Chapter 7 

Penalty 

  

Section 45
Any person who fails to observe the order of the Commission or sub-Commission under Section 16 shall be subject to imprisonment for a term not exceeding one month or a fine not exceeding ten thousand Baht or both. 

Section 46
Any person violating Section 19 shall be subject to imprisonment for a period not more than five years and a fine not exceeding five hundred thousand Baht. 

Section 47
Any person who violates Section 20 or Section 27 shall be subject to imprisonment for a period not exceeding one year or a fine not exceeding one hundred thousand Baht or both, and to a daily penalty of not exceeding ten thousand Baht per day throughout the duration of such violation. 

Section 48
Any person who violates the first paragraph of Section 21 shall be subject to a fine not exceeding three hundred thousand Baht. 

Section 49
Any person who violates Section 22 or Section 28 shall be subject to imprisonment for a period of not exceeding six months or to a fine not exceeding fifty thousand Baht or both. 

Section 50
Any person who violates Section 23 or Section 25 shall be subject to a fine not exceeding fifty thousand Baht. 

Section 51
Any person who violates Section 26, the first paragraph of Section 30 or Section 37 shall be subject to a fine not exceeding thirty thousand Baht. 

Section 52
Any direct sales operator who fails to notify the amendment to the remuneration payment plan to the Registrar under the third paragraph of Section 38 shall be subject to a fine not exceeding three hundred thousand Baht. 

Section 53
Any person who is guilty of an offense under this Act, within five years after completing the terms of the charge, repeats the offense under this Act, shall be subject to a double penalty for such charge. 

Section 54
In the case the offender under this Act is a juristic entity, the managing director, the manager, or any person responsible for the undertaking of the business of such entity shall be charged for such offense unless proved not involved in the said entity’s offense. 

Section 55
All offenses under this Act, except for the offense under Section 46, the Commission shall have the power to settle the charge, and for this purpose, the Commission may appoint a sub-Commission, an inquiry Officer or an Officer to carry out the settlement. The Commission may impose terms of settlement or any other conditions for the authorized person(s), at its own discretion. 

Subject to the provisions of the foregoing paragraph, if the inquiring Officer, during the inquisition, finds any person guilty of an offense under this Act and such person agrees to settle, the inquiry Officer shall refer the matter to the Commission or the authorized person of the Commission to settle the charge under the first paragraph within seven days from the day such person agrees to settle. 

The charge shall be deemed settled under the Criminal Procedural Code of Thailand upon the offender’s payment of the penalty settled. 

  

Transitory Provision 
  

Section 56 

The direct sales operator and the direct marketing operator conducting their respective businesses prior to the execution of this Act shall apply for registration of direct sales or direct marketing within one hundred and twenty days from the effective date of this Act.

  

Countersigned by Pol. Lt. Col. Thaksin Shinnawatra as Prime Minister 
  

Remark
The reason in promulgating this Act is: 

Due to the current situation of the distribution of goods or services to consumers which is conducted by offering goods or services to the consumer directly at his/her respective home or workplace or the home or workplace of others or any other place which is not the normal place of business by the presentation or demonstration of the independent distributor or the direct sales representative.  Such offering of goods or services confuses the consumer’s ability to decide and accept the offering independently and wisely. Further, there is a distribution of goods or services by directly communicating information to the consumer such as by publication and electronic devices, aiming the consumer at a distance to respond and purchase the said goods or services, whereas, the goods or services may not correspond with the description alleged in the publication. Current direct sales and marketing have adopted an inducement and arranging general public to join the business network and conferring promised profits from recommending participants to the network, calculating from the increased number of people in the network. Such action is regarded as fraud to the general public and is an aggressive direct sales of goods or services which may cause the general public, as consumers, to be exploited and treated unfairly and may effect the public order. The provisions of laws currently in force do not provide adequate protection to the consumers, hence, a necessity to enact this law. 

   

 

Publicized in the Government Gazette, Decree Issue, Volume 119, Part 40Gor, dated 30 April 2002 

  


                                                


 


Last Updated (Thursday, 09 July 2009 06:43)
VALID CSS   |   VALID XHTML