Home

 

แนวคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ในการพิจารณาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภค

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Sunday, 03 May 2009 08:44

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ที่๑/๒๕๕๑
(ฟ้องสัญญากู้ยืมเป็นคดีผู้บริโภค)

 โจทก์ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล โดยการให้กู้ยืมแก่ลูกค้าโดยเรียกดอกเบี้ยค่าบริการ และค่าธรรมเนียมเป็นการตอบแทนถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ  จำเลยเป็นผู้กู้ยืมเงินจากโจทก์จึงเป็นผู้ใชบริการและเป็นเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืม จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๓ (๑)
 
ที่มา สภาทนายความ

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๒/๒๕๕๑
(ฟ้องเรียกค่าสินค้าวัสดุก่อสร้างเป็นคดีผู้บริโภค)
 
 โจทก์เป็นผู้ขายวัสดุก่อสร้างให้แก่จำเลย ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจและจำเลยเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าสินจ้างจากจำเลย  จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิ หรือหน้าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้า เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา๓(๑)
 
ที่มา สภาทนายความ

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๓/๒๕๕๑
(ฟ้องคดีบัตรเครดิตเป็นคดีผู้บริโภค)
 โจทก์ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อแก่สมาชิก  โดยออกบัตรเครดิตแก่ลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิกสามารถนำไปใช้เบิกถอนเงินสด และใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการต่างๆได้ โดยโจทก์เรียกดอกเบี้ยค่าบริการและค่าธรรมเนียมเป็นการตอบแทน ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการ  ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์  จึงถือเป็นผู้บริโภค   เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตร จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค  ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากการใช้บริการเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา๓(๑)

ที่มา สภาทนายความ

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๔/๒๕๕๑
(สหกรณ์การเกษตรฟ้องเรียกเงินกู้จากสมาชิกเป็นคดีผู้บริโภค)
 โจทก์เป็นสหกรณ์การเกษตรจำกัด มีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงินและสินเชื่อแก่สมาชิกเพื่อการลงทุน  โดยคิดดอกเบี้ยจากสมาชิกผู้กู้ยืมเงิน ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ  จำเลยที่๑ เป็นผู้กู้ยืม มีจำเลยที่๒ นำหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนองประกันการชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ใช้บริการและผู้บริโภค  เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกจำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมและบังคับจำนอง จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๓(๑)
 
ที่มา สภาทนายความ

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๕/๒๕๕๑
(สัญญาให้ทุนลูกจ้างฝึกอบรม ไม่เป็นคดีผู้บริโภค)
 โจทก์ทำสัญญาให้ทุนฝึกอบรมแก่จำเลย ซึ่งเป็นพนักงานขายอันเป็นการเสริมสร้างบุคลากรเพื่อกิจการของโจทก์  แม้ต่อมาจำเลยผิดสัญญาก็หาได้เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่อันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหือบริการตามวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจของโจทก์แต่อย่างใดไม่  คำฟ้องโจทก์จึงมิใช่คดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบกิจการธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๓ (๑)
 
ที่มา สภาทนายความ

 
 
คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๖/๒๕๕๑
(ฟ้องเรียกค่าที่ดินที่ไม่ประกอบธุรกิจขายที่ดิน ไม่เป็นคดีผู้บริโภค)
 โจทก์ซื้อที่ดินจากจำเลยโดยไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า  จำเลยประกอบธุรกิจขายที่ดินเป็นการค้าปกติของตน จำเลยจึงไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจตามความหมายของมาตรา๓ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑   เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าที่ดินคืนจากจำเลย จึงมิใช่คดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการ  ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๓ (๑)
 
ที่มา สภาทนายความ

 
คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๗/๒๕๕๑
(ซื้อขายฉางข้าวไม่เป็นการค้าปกติ  ไม่เป็นคดีผู้บริโภค)
 โจทก์ซื้อฉางข้าวจากจำเลยโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยประกอบธุรกิจขายฉางข้าวเป็นการค้าปกติ   จำเลยจึงไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจตามความหมายของมาตรา๓ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑   เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระค่าฉางข้าวคืนตามบันทึกข้อตกลง จึงมิใช่คดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการ  ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
 
ที่มา สภาทนายความ


คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๘/๒๕๕๑
(สถานพยาบาลส่วนราชการที่ให้บริการสาธารณะสุขแก่ประชาชนและคดีที่เกี่ยวพัน  เป็นคดีผู้บริโภค)
 สถานพยาบาลซึ่งเป็นส่วนราชการในสังกัดโจทก์ ดำเนินกิจการให้บริการด้านสาธารณะสุขแก่ประชาชน โดยเรียกค่ารักษาพยาบาลเป็นการตอบแทนจึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ  ส่วนจำเลยที่๒เป็นผู้เข้ารับการรับการรักษาพยาบาล โดยมีความรับผิดที่จะต้องชำระค่ารักษาพยาบาล  จึงเป็นผู้ใช้บริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยที่๒ ชำระค่ารักษาพยาบาล  จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการ  เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑
 มาตรา๓ (๑)
 
ที่มา สภาทนายความ


 
คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๙/๒๕๕๑
(ฟ้องเรียกชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเป็นคดีผู้บริโภค)
 โจทก์ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนอันมีลักษณะเป็นการกระทำในทางการค้าปกติของตน ถือได้ว่าเป็นผู้ให้บริการและประกอบธุรกิจ  จำเลยเป็นผู้กู้ยืมเงินจากโจทก์จึงเป็นผู้ใช้บริการ  เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน  จึงเป็นคดีคดีพิพาทระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการ  ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๓ (๑)
 
ที่มา สภาทนายความ

กิตติ์รัฐ  ประเสริฐฤทธิ์   เรียบเรียง


Last Updated (Thursday, 14 May 2009 04:52)
VALID CSS   |   VALID XHTML