ประกาศ เรื่องฉลาก (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522) 1/8

Print
Written by Administrator | Saturday, 16 May 2009 08:04

 


                                                                                   ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

เรื่อง กำหนดสมุดเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“สมุด” หมายความว่า กระดาษที่เย็บหรือผนึกเข้ากันเป็นเล่มเพื่อใช้ในการเขียนหรือบันทึกข้อความ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีปกหุ้มด้วยหรือไม่ก็ตาม

    ข้อ ๒  ให้สมุดเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๓  สมุดต้องมีฉลากและต้องแสดงฉลากไว้ที่ปกหลังด้านนอก ในกรณีที่ไม่มีปกหุ้ม ต้องแสดงฉลากไว้ที่แผ่นหลังด้านนอก โดยจะพิมพ์ไว้หรือทำเป็นแผ่นต่างหากปิดไว้ก็ได้

    ข้อ ๔  ฉลากนั้นต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยมีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตรและตัวอักษรต้องมีสีที่ตัดกับสีของพื้นฉลาก ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อผู้ผลิตและที่ตั้งของสถานที่ผลิต ในกรณีเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ในระบุชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้าด้วย

(๒) ประเภท ชนิด และน้ำหนักมาตรฐานของกระดาษเนื้อใน

(๓) ขนาดกว้างยาวของกระดาษเนื้อในเป็นระบบเมตริก

(๔) จำนวนแผ่นสุทธิของกระดาษเนื้อใน

(๕) ราคา

ในกรณีที่มีข้อความเป็นภาษาต่างประเทศอยู่ด้วย ความหมายต้องไม่ขัดแย้งกับข้อความภาษาไทย

    ข้อ ๕  ในกรณีที่สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรให้ผู้นำสินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักรปฏิบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ให้ครบถ้วนก่อนนำสินค้านั้นออกจำหน่าย

    ข้อ ๖[๑]  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสินวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๓

มีชัย  ฤชุพันธุ์

ประธานคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

 ณัฐดนัย/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๔ /หน้า ๘๗/๑๓ มกราคม ๒๕๒๔


  
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

เรื่อง กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก[๑]

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ให้ภาชนะพลาสติกต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) จาน   (๒) ชาม   (๓) ถ้วย   (๔) แก้วน้ำ   (๕) ชามอ่าง   (๖) กระป๋อง   (๗) ถังน้ำ   (๘) โอ่ง ตุ่ม ไห   (๙) แท้งค์

(๑๐) กล่อง   (๑๑) กระติก   (๑๒) ถาดน้ำแข็ง    (๑๓) ภาชนะบรรจุน้ำแข็ง   (๑๔) ถาด    (๑๕) ขวด   (๑๖) แบบพิมพ์อาหาร   (๑๗) ถุง   (๑๘) แผ่น

     ข้อ ๒  ภาชนะพลาสติกตามข้อ ๑ (๑) ถึง (๑๖) ที่จะนำออกขาย ต้องมีฉลากติดไว้ที่ตัวภาชนะอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน หรือต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือ ติดไว้ที่ตัวภาชนะก็ได้

สำหรับภาชนะพลาสติกตามข้อ ๑ (๑๗ และ (๑๘) ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่หีบหรือห่อบรรจุภาชนะนั้น หรือต้องมีป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่สินค้านั้น ถ้าขายโดยไม่ใส่หีบหรือห่อ

     ข้อ ๓  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ได้

(๒)[๒] ภาชนะพลาสติกที่ควบคุมฉลากดังต่อไปนี้ ให้มีคำเตือนว่า “ห้ามใช้บรรจุหรือห่อหุ้มอาหาร”

(ก) ภาชนะพลาสติกที่ทำจากพลาสติกที่ใส่สีที่อาจจะละลายออกมาปนเปื้อนกับอาหารได้

(ข) ภาชนะพลาสติกที่เคยใช้บรรจุหรือห่อหุ้มปุ๋ย วัตถุมีพิษ หรือวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(ค) ภาชนะพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพหรือมาตรฐานตามบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๑๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑) เรื่อง  กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสติก การใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกและการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหาร

(ง) ภาชนะพลาสติกที่ทำจากพลาสติกที่อาจมีสารอื่นออกมาปนเปื้อนกับอาหารในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

(๓) ภาชนะพลาสติกที่ควบคุมฉลากชนิดใด ที่ไม่ได้ทำจากพลาสติกชนิดที่ทนความร้อนสูงกว่า ๗๐ องศาเซลเซียสขึ้นไป ให้มีคำเตือนว่า “ห้ามใช้บรรจุของร้อน”

ข้อความที่เป็นคำเตือนต้องใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่นที่มีอยู่ในฉลาก

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๖

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑) เรื่อง  กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๓]

ข้อ ๒  ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 ณัฐดนัย/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๑๒ /ฉบับพิเศษ หน้า ๒๒/๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖

[๒] ข้อ ๓ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๓๑) เรื่อง  กำหนดภาชนะพลาสติกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๑๑๕/หน้า ๕๕๒๙/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓๑


 
 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

เรื่อง กำหนดปากกาลูกลื่นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ปากกาลูกลื่น” หมายความรวมถึงไส้ปากกาลูกลื่นด้วย

    ข้อ ๒  ให้ปากกาลูกลื่นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ยกเว้นปากกาลูกลื่นที่ผลิตในราชอาณาจักรเพื่อส่งออก

    ข้อ ๓  ปากกาลูกลื่นที่จะนำออกขาย ต้องมีฉลากตามข้อ ๔ ปิด หรือติดไว้ที่ตัวปากกาลูกลื่น และต้องมีฉลากตามข้อ ๕ ปิด หรือติดไว้ที่หีบห่อบรรจุ

ปากกาลูกลื่นใดที่จะนำออกขาย โดยไม่มีหีบห่อบรรจุ ต้องมีฉลากตาม ข้อ ๕ (๑) ถึง (๖) ปิด หรือติดไว้ที่ตัวปากกาลูกลื่นนั้น

ปากกาลูกลื่นใดที่จะนำออกขาย ที่มีไส้ปากกาลูกลื่นที่สามารถเปลี่ยนไส้ได้ ถ้ามีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ไส้ปากกาลูกลื่นแล้ว จะไม่มีฉลากที่ตัวปากกาลูกลื่นก็ได้

     ข้อ ๔  ฉลากที่ปากกาลูกลื่นนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ได้

    ข้อ ๕  ฉลากที่หีบห่อบรรจุปากกาลูกลื่นนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบของผู้นำเข้า

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ได้

(๒) เดือนและปีที่ผลิต หรือรุ่นที่ผลิต ซึ่งจะใช้เป็นรหัสแทนก็ได้

(๓) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๔) ขนาดของหัวลูกลื่น

(๕) ปริมาณหมึกคิดเทียบเป็นระยะทางที่สามารถเขียนได้ โดยแสดงหน่วยเป็นเมตร

(๖) สีของหมึกที่บรรจุ

(๗) จำนวนปากกาลูกลื่น ถ้ามีหลายด้ามในหีบห่อบรรจุเดียวกัน

    ข้อ ๖  การทดสอบตามข้อ ๕ (๕) ให้ใช้เครื่องมือ กระดาษทดสอบและวิธีทดสอบที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไส้ปากกาลูกลื่น (มอก. ๓๔๗)

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเพื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๖

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

 ณัฐดนัย/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๕๘ /ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๑๔ เมษายน ๒๕๒๖


 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

เรื่อง กำหนดภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “ภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร” หมายความว่า ภาชนะเซรามิก (ceramic ware) สำหรับบรรจุอาหาร และอุปกรณ์อื่นที่ใช้ในการเตรียม การเก็บรักษา หรือการบริโภคอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเซรามิกชนิดใด เช่น ไซนา (china) ครอกเคอร์ (crockery) พอร์ซเลน (porcelain) เออร์เทนแวร์ (earthenware) ภาชนะแก้ว (glass) เซรามิกแก้ว (glass ceramic) และอื่นๆ และหมายความรวมถึงภาชนะโลหะเคลือบด้วย

    ข้อ ๒  ให้ภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๓  ภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร ที่จะนำออกขาย ต้องมีฉลากติดไว้ที่ตัวภาชนะอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน หรือจะจัดให้มีฉลาก ปิดหรือติดไว้ที่ตัวภาชนะแทนก็ได้

    ข้อ ๔  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้วจะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ได้

(๒) ภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร ที่ควบคุมฉลากชนิดใดที่มีปริมาณตะกั่วหรือแคดเมียมละลายออกมาเกินเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร เกี่ยวกับลักษณะของภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร ให้มีคำเตือนว่า “ห้ามใช้บรรจุอาหาร” หรือ “ห้ามใช้สัมผัสอาหาร” แล้วแต่กรณี

ข้อความที่เป็นคำเตือนต้องใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่นที่มีอยู่ในฉลาก

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๖

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ณัฐดนัย/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๕๘ /ฉบับพิเศษ หน้า ๘/๑๔ เมษายน ๒๕๒๖


 
 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

เรื่อง กำหนดกระดาษเช็ดหน้า กระดาษเช็ดปาก กระดาษเช็ดมือ

และกระดาษชำระ เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “กระดาษเช็ดหน้า กระดาษเช็ดปาก กระดาษเช็ดมือ และกระดาษชำระ” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์กระดาษย่นที่ทำขึ้นเพื่อใช้สำหรับเช็ดหน้า เช็ดปาก เช็ดมือ หรือชำระ แล้วแต่กรณี

    ข้อ ๒ ให้กระดาษเช็ดหน้า กระดาษเช็ดปาก กระดาษเช็ดมือ และกระดาษชำระ เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๓  กระดาษเช็ดหน้า กระดาษเช็ดปาก กระดาษเช็ดมือ และกระดาษชำระ ที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ห่อหรือภาชนะบรรจุ

    ข้อ ๔  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) ขนาดของแผ่น (กว้าง ? ยาว) โดยมีหน่วยเป็นเซนติเมตร

(๔) จำนวนแผ่นที่บรรจุ แต่ในกรณีที่จัดทำเป็นม้วน ให้ระบุความยาวสุทธิของม้วน โดยมีหน่วยเป็นเมตร

    ข้อ ๕  ถ้าในฉลากจะใช้คำว่า “กระดาษเช็ดหน้า” “กระดาษเช็ดปาก” “กระดาษเช็ดมือ” หรือ “กระดาษชำระ” หรือมีภาพ สัญญลักษณ์ หรือข้อความอย่างอื่น ซึ่งมีความหมายแสดงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้กระดาษเพื่อการดังกล่าว กระดาษนั้นจะต้องมีคุณลักษณะที่ต้องการตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษเช็ดหน้า (มอก. ๒๑๕) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษเช็ดปาก (มอก. ๒๔๐) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษเช็ดมือ (มอก. ๒๓๙) หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษชำระ (มอก. ๒๑๔) แล้วแต่กรณี

   ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ณัฐดนัย/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๑๖๒ /ฉบับพิเศษ หน้า ๒๒/๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๖


 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

เรื่อง กำหนดสีทาสำเร็จรูปบางประเภทเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้ “สีทาสำเร็จรูป” หมายความว่า สีทาที่สามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมวัตถุใดเพิ่มเติมเว้นแต่ตัวทำละลาย

     ข้อ ๒  ให้สีทาสำเร็จรูปบางประเภทดังต่อไปนี้ เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) สีอิมัลชัน ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีอิมัลชัน (มอก. ๒๗๒)

(๒) สีเคลือบเงา ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีเคลือบเงา (มอก. ๓๒๗)

(๓) สีอะลูมิเนียม ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีอะลูมิเนียม (มอก. ๓๙๐)

(๔) สีรองพื้นอะลูมิเนียมสำหรับงานไม้ ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีรองพื้นอะลูมิเนียมสำหรับงานไม้ (มอก. ๓๒๘)

(๕) สีรองพื้น (สีชั้นล่าง) สำหรับงานไม้ ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีรองพื้น (สีชั้นล่าง) สำหรับงานไม้ (มอก. ๓๕๗)

(๖) สีรองพื้นตะกั่วแดงสำหรับพื้นผิวเหล็กและเหล็กกล้า ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีรองพื้นตะกั่วแดงสำหรับพื้นผิวเหล็กและเหล็กกล้า (มอก. ๓๘๙)

(๗) สีรองพื้นซิงก์โครเมต ซึ่งหมายถึงสีอันอยู่ในความหมายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีรองพื้นซิงก์โครเมต (มอก. ๔๐๑)

    ข้อ ๓  สีทาสำเร็จรูปที่ควบคุมฉลาก ที่จะนำออกขาย ต้องมีฉลากปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุ

    ข้อ ๔  ฉลากนั้น ต้องใช้ความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ได้

(๒) ชื่อประเภทของสีทาสำเร็จรูป

(๓) ชนิด ถ้ามี

(๔) สี

(๕) เดือนและปีที่ผลิต

(๖) รุ่นที่ผลิต ซึ่งจะใช้รหัสแทนก็ได้

(๗) ปริมาตรสุทธิของสีทาสำเร็จรูปที่บรรจุ เป็นลูกบาศก์เดซิเมตร (ลิตร)

(๘) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ รวมทั้งชื่อของตัวทำละลายที่สามารถใช้ผสม

(๙) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ติดไฟง่าย มีสารพิษเป็นพิษระวังเข้าตา เก็บให้พ้นมือเด็ก

วรรค ๒[๑] (ยกเลิก)

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๒]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ณัฐดนัย/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) เรื่อง กำหนดสีทาสำเร็จรูปบางประเภทเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๓]

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๔ วรรคสอง ยกเลิกโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) เรื่อง กำหนดสีทาสำเร็จรูปบางประเภทเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๑๖๒ /ฉบับพิเศษ หน้า ๒๖/๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๖

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑/ตอนที่ ๑๑๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘/๑ กันยายน ๒๕๒๗


 
 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๒๗)

เรื่อง กำหนดของเล่นสำหรับเด็กเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“ของเล่นสำหรับเด็ก” หมายความว่า ของเล่นที่ผลิตขึ้นเพื่อมุ่งหมายสำหรับให้เด็กเล่น แต่ไม่รวมถึง

(๑) ของเล่นที่ทำด้วยดิน ดินเผา กระดาษ ผ้า ไม้ หรือผลิตภัณฑ์จากพืชซึ่งไม่มีกลไกเป็นพิเศษหรือสารพิษที่อาจเป็นอันตราย

(๒) อุปกรณ์สำหรับเล่นและฝึกซ้อมกีฬาทุกชนิด

(๓) อุปกรณ์สนามเด็กเล่น

(๔) อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี

“เด็ก” หมายความว่า บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบสี่ปี

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ของเล่นสำหรับเด็กที่ผลิตเพื่อการส่งออกแต่ต้องอยู่ในบังคับของเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ของเล่นสำหรับเด็กดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) ของเล่นสำหรับเด็กดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระแสทางธุรกิจเพื่อการส่งออก

    ข้อ ๓  ให้ของเล่นสำหรับเด็กเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๔  ของเล่นสำหรับเด็กที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ตัวของเล่นสำหรับเด็กหรือภาชนะบรรจุ หรือจัดพิมพ์ฉลากสอดแทรกหรือรวมไว้กับตัวของเล่นสำหรับเด็กหรือภาชนะบรรจุก็ได้

    ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเล่น รวมทั้งคำแนะนำอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เช่น เกณฑ์อายุโดยเฉลี่ยของเด็กที่เหมาะหรือไม่เหมาะสำหรับให้เล่น

(๔) ของเล่นสำหรับเด็กที่ควบคุมฉลากชนิดใด ถ้าอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็กเนื่องในการเล่น ตามวิธีที่มุ่งหมายให้ใช้เล่นหรือตามวิธีที่อาจคาดหมายได้ว่าเด็กอาจจะใช้เล่นเช่นนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นอันตรายโดยทางกล ทางกายภาพ ทางเคมี หรือโดยทางอื่นใดก็ตาม ให้ของเล่นสำหรับเด็กดังกล่าวต้องมีคำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นนั้นด้วย

    ข้อ ๖  ให้ของเล่นสำหรับเด็กที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงข้อความในฉลากตามข้อ ๕ เป็นภาษาไทยในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องแสดงข้อความในฉลากตามข้อ ๕ เป็นภาษาไทยก่อนที่จะนำออกขาย

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๗

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฐิติพร/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑/ตอนที่ ๑๘๐/หน้า ๔๙๒๖/๔ ธันวาคม ๒๕๒๗


 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗)

เรื่อง กำหนดยางรถยนต์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“ยางรถยนต์” หมายความว่า ยางรถยนต์ชนิดผ้าใบเฉียงและยางเรเดียลทั้งชนิดใช้ยางในและชนิดไม่ใช้ยางใน สำหรับรถยนต์นั่ง รถยนต์บรรทุก รถพ่วง และรถยนต์โดยสารตามสภาพการใช้งานปกติบนทางหลวง และหมายความรวมถึงยางหล่อดอกด้วย

“ยางรถยนต์ชนิดผ้าใบเฉียง” หมายความว่า ยางรถยนต์แบบกลวงสูบลมซึ่งชั้นผ้าใบแต่ละชั้นที่แผ่ขยายไปยังขอบลวดวางสลับกัน ทำมุมกับเส้นศูนย์กลางของดอกยางน้อยกว่า ๙๐ องศา

“ยางเรเดียล” หมายความว่า ยางรถยนต์แบบกลวงสูบลมซึ่งชั้นผ้าใบที่แผ่ขยายไปยังขอบลวดวางทำมุมกับเส้นศูนย์กลางของดอกยางประมาณ ๙๐ องศา

“ยางหล่อดอก” หมายความว่า ยางรถยนต์ชนิดผ้าใบเฉียงและยางเรเดียลที่ใช้งานแล้วนำมาหล่อดอกใหม่

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ยางรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ยางรถยนต์ดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export only”

(๒) ยางรถยนต์ดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระแสทางธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  ให้ยางรถยนต์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

    ข้อ ๔ ยางรถยนต์ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากติดไว้ที่ตัวยางรถยนต์อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน หรือจะจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ตัวยางรถยนต์หรือภาชนะบรรจุก็ได้ และต้องจัดให้มีเอกสารหรือคู่มือด้วย

    ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นยางหล่อดอก ให้ระบุชื่อผู้หล่อดอกและสถานที่ประกอบการของผู้หล่อดอก

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นหรือหล่อดอกใหม่ตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้หล่อดอกหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) อักษรหรือเลขแสดงเดือนและปีที่ผลิตหรือหล่อดอก แล้วแต่กรณี

(๓) รุ่นที่ผลิต ซึ่งจะใช้รหัสแทนก็ได้ แต่ความในข้อนี้ไม่ใช้บังคับแก่ยางหล่อดอก

(๔) ชื่อประเทศที่ผลิตหรือหล่อดอก แล้วแต่กรณี

(๕) ขนาดยางรถยนต์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางรถยนต์ (มอก. ๓๖๗ เล่ม ๒) และในกรณีที่เป็นยางเรเดียลให้ระบุอักษร R ไว้ด้วย เช่น ๕.๐๐-๑๐ หรือ ๑๔๕ R ๑๐

(๖) อัตราชั้นผ้าใบ

(๗) ในกรณีที่เป็นยางเรเดียล ให้ระบุคำว่า “เรเดียล” หรือ “radial”

(๘) ในกรณีที่เป็นยางรถยนต์ชนิดไม่ใช้ยางใน ให้ระบุคำว่า “ไม่ใช้ยางใน” หรือ “tubeless”

(๙) ในกรณีที่เป็นยางหล่อดอก ให้ระบุคำว่า “ยางหล่อดอก”

     ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับยางรถยนต์ ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทย ข้อความในเอกสารหรือคู่มืออย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) คำแนะนำการใช้ยางรถยนต์เพื่อความปลอดภัยและประหยัด เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถในการรับน้ำหนักสูงสุด ความเร็วสูงสุด ความดันลมสูงสุดที่ยางรถยนต์นั้นสามารถทนทานได้ ความดันลมใช้งานปกติ อายุการใช้งาน เป็นต้น

(๒) การบำรุงรักษา เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาด การเก็บรักษาสิ่งต่างๆ ที่อาจจะทำให้ยางรถยนต์เสื่อมคุณภาพได้ง่าย เป็นต้น

     ข้อ ๗  ให้ยางรถยนต์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงข้อความในฉลากตามข้อ ๕ และเอกสารหรือคู่มือตามข้อ ๖ เป็นภาษาไทยในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องแสดงข้อความในฉลากตามข้อ ๕ และเอกสารหรือคู่มือตามข้อ ๖ เป็นภาษาไทยก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๗

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๕/หน้า ๓๓๕/๑๕ มกราคม ๒๕๒๘


 
 

 ภูริชญา กันทะเนตร

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
  


  


 


Last Updated (Sunday, 17 May 2009 08:50)