ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๗ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง กำหนดกระติกแก้วสุญญากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยปรากฏว่า ในขณะนี้มีการจำหน่ายกระติกแก้วสุญญากาศ ซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้เป็นประจำ โดยไม่ระบุเครื่องหมายการค้าและไม่มีการแสดงฉลากไว้ที่สินค้านั้นสมควรที่จะกำหนดให้กระติกแก้วสุญญากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“กระติกแก้วสุญญากาศ” หมายความว่า กระติกที่มีไส้ในเป็นแก้วสุญญากาศสำหรับใช้เก็บรักษาระดับอุณหภูมิของสิ่งที่บรรจุ

“ความสามารถในการเก็บรักษาระดับอุณหภูมิ” หมายความว่า จำนวนชั่วโมงที่กระติกแก้วสุญญากาศสามารถรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำเดือด (๙๕-๙๗ องศาเซลเซียส) เต็มกระติกไว้ไม่ให้ลดต่ำกว่า ๕๗ องศาเซลเซียส สำหรับกระติกปากแคบและไม่ให้ลดต่ำกว่า ๕๐ องศาเซลเซียส สำหรับกระติกปากกว้าง เมื่อเก็บกระติกนั้นไว้ที่อุณหภูมิ ๒๗?๒ องศาเซลเซียส

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่กระติกแก้วสุญญากาศที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) กระติกแก้วสุญญากาศดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) กระติกแก้วสุญญากาศดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  ให้กระติกแก้วสุญญากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  กระติกแก้วสุญญากาศที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากปิด หรือติดไว้ที่ตัวกระติกแก้วสุญญากาศ หรือภาชนะบรรจุก็ได้ และต้องจัดให้มีเอกสารหรือคู่มือด้วย

     ข้อ ๕  ฉลากนั้นต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) รุ่นที่ผลิตซึ่งจะใช้รหัสแทนก็ได้

(๓) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๔) ความจุ โดยระบุหน่วยเป็นลูกบาศก์เดซิเมตร หรือลูกบาศก์เซนติเมตร

(๕) ความสามารถในการเก็บรักษาระดับอุณหภูมิ

     ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับกระติกแก้วสุญญากาศ ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยข้อความในเอกสารหรือคู่มืออย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) คำแนะนำการใช้กระติกแก้วสุญญากาศ

(๒) การบำรุงรักษา

(ก) คำแนะนำวิธีทำความสะอาดและการรักษากระติกแก้วสุญญากาศ

(ข) การเปลี่ยนชิ้นส่วน (ถ้ามี)

(๓) ข้อควรระวังเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้กระติกแก้วสุญญากาศ

     ข้อ ๗  ให้กระติกแก้วสุญญากาศที่ควบคุมฉลากที่นำเข้าในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

 


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง  กำหนดถุงมือยางเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ถุงมือยางส่วนใหญ่ที่จำหน่ายอยู่ในขณะนี้ไม่มีฉลาก สมควรที่จะกำหนดให้ถุงมือยางเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่

(๑) ถุงมือยางทางการแพทย์

(๒) ถุงมือยางที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(ก) ถุงมือยางดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) ถุงมือยางดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๒  ให้ถุงมือยางเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ถุงมือยางที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ถุงมือยางหรือภาชนะบรรจุ

     ข้อ ๔  ฉลากนั้นต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) เดือน และปีที่ผลิต

(๔) ขนาด

(๕) วัตถุประสงค์ของการใช้งานซึ่งจะแสดงรูปภาพแทนก็ได้ เช่น งานอุตสาหกรรม งานเคมีภัณฑ์ งานไฟฟ้าหรืองานเกี่ยวกับอาหาร

(๖) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้และการเก็บรักษา

(๗) คำเตือนมีข้อความว่า “ห้ามใช้ในการไฟฟ้า” สำหรับถุงมือยางที่ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ใช้ในงานไฟฟ้า หรือ “ห้ามใช้ในงานเกี่ยวกับอาหาร” สำหรับถุงมือยางที่ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ใช้ในงานเกี่ยวกับอาหาร แล้วแต่กรณี

     ข้อ ๕  ให้ถุงมือยางที่ควบคุมฉลากที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๒๐๖/หน้า ๕๕๙๘/๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๙


 
 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๘ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง กำหนดแบตเตอรี่แห้งเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยปรากฏว่า ในขณะนี้มีการจำหน่ายแบตเตอรี่แห้ง ซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้เป็นประจำ โดยไม่มีฉลากแสดงข้อเท็จจริงในสาระสำคัญไว้ที่สินค้านั้น สมควรที่จะกำหนดให้แบตเตอรี่แห้งเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“แบตเตอรี่แห้ง” หมายความว่า สิ่งกำเนิดพลังไฟฟ้าที่ได้จากการแปลงผันโดยตรงของพลังงานเคมี และอิเล็กโตรไลต์ (electrolyte) ไม่ไหลหก

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่แบตเตอรี่แห้งที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) แบตเตอรี่แห้งดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) แบตเตอรี่แห้งดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  ให้แบตเตอรี่แห้ง เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  แบตเตอรี่แห้งที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากปิด หรือติดไว้ที่ตัวแบตเตอรี่หรือภาชนะบรรจุ

     ข้อ ๕  ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าว ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) รุ่น และเดือน ปีที่ผลิต

(๔) ขนาด (เช่น AA หรือ R6 หรือ UM3)

(๕) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลท์ หรืออักษร V

(๖) เครื่องหมายแสดงขั้วไฟฟ้าบวกและลบ

(๗) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ เช่น ให้นำแบตเตอรี่แห้งออกจากเครื่องใช้เมื่อหยุดใช้เป็นเวลานาน

(๘) ควรใช้ก่อนเดือน ....ปี ....

(๙) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

     ข้อ ๖  ให้แบตเตอรี่แห้งที่ควบคุมฉลากที่นำเข้าในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๒๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฐิติพร/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๐๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๐/๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๙


 
 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง  กำหนดกระดาษไขอัดสำเนาเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่กระดาษไขอัดสำเนาซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ทั่วไปเป็นประจำในงานเอกสารนั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพให้ใช้งานได้ภายในอายุการใช้งานที่จำกัด ฉะนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้งานของผู้บริโภค สมควรกำหนดกระดาษไขอัดสำเนาเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่กระดาษไขอัดสำเนาที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) กระดาษไขอัดสำเนาดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) กระดาษไขอัดสำเนาดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๒  ให้กระดาษไขอัดสำเนาเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  กระดาษไขอัดสำเนาที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน ปิดหรือติดไว้ที่กระดาษไขอัดสำเนา หรือที่ภาชนะบรรจุ แต่กรณีตามข้อ ๔ (๕) และ (๖) นั้น จะจัดมีเป็นใบแทรกไว้ในภาชนะบรรจุก็ได้

     ข้อ ๔  ฉลากนั้นต้องใช้ข้อความภาษาไทยและอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการ หรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจ และสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าว จะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) เดือน และปีที่ผลิต

(๔) วันหมดอายุการใช้งาน

(๕) วิธีใช้

(๖) ข้อควรระวังในการใช้และการเก็บรักษา

(๗) จำนวนแผ่น/กล่อง

     ข้อ ๕  ให้กระดาษไขอัดสำเนาที่ควบคุมฉลากที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๖๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘/๒๕ กันยายน ๒๕๒๙


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง  กำหนดตู้เย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้มีการจำหน่ายตู้เย็นซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ยังแสดงสาระสำคัญอันเป็นคุณลักษณะเฉพาะไม่แจ้งชัด ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดตู้เย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศนี้

“ตู้เย็น” หมายความว่า ตู้สำหรับแช่เย็นที่มีระบบทำความเย็นแบบคอมเพรสชัน

     ข้อ ๒  ให้ตู้เย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ตู้เย็นที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ตู้เย็นดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) ตู้เย็นดังกล่าว ต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  ตู้เย็นที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) รุ่นที่ผลิตซึ่งจะใช้รหัสแทนก็ได้

(๔) ปริมาตรภายในเป็นลูกบาศก์เดซิเมตรและลูกบาศก์ฟุต

(๕) ชนิดและน้ำหนักของสารทำความเย็นที่ใช้

(๖) แรงดันไฟฟ้า ความถี่ และกระแสไฟฟ้า

(๗) วงจรไฟฟ้า

(๗) ทวิ[๑]  เครื่องหมายแสดงระดับประสิทธิภาพตู้เย็น ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด (ถ้ามี)

(๘) คำเตือนเรื่องอย่าใช้ของมีคมแซะหรืองัดน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง และเรื่องอย่าใช้น้ำราดตู้เย็น ซึ่งจะทำให้เกิดกระแสไฟรั่ว แล้วแต่กรณี

กรณีตาม (๖) และ (๗) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้นก็ได้

     ข้อ ๖[๒]  ฉลากตามข้อ ๕ (๑) ถึง (๗) จะปิดหรือติดไว้ที่ด้านในหรือด้านนอกของตู้เย็นก็ได้ สำหรับฉลากตามข้อ ๕ (๗) ทวิ ให้ปิดหรือติดไว้ที่ด้านนอกของตู้เย็น และฉลากตามข้อ ๕ (๘) ว่าด้วยคำเตือนให้ปิดหรือติดไว้ที่ด้านในของตู้เย็น

     ข้อ ๗  เอกสารหรือคู่มือสำหรับตู้เย็น ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วิธีติดตั้ง

(๒) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๓) วิธีใช้อุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ

(๔) การบำรุงรักษา และการทำความสะอาดตู้เย็น

(๕) ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

     ข้อ ๘  ให้ตู้เย็นที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๓]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๙

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๗๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐) เรื่อง กำหนดตู้เย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๔]

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๕ (๗) ทวิ เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๗๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐) เรื่อง กำหนดตู้เย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒]  ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๗๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐) เรื่อง กำหนดตู้เย็นเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๕/หน้า ๓๕๙/๑๓ มกราคม ๒๕๓๐

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนพิเศษ ๗๑ ง/หน้า ๘๔/๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๐


 

 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๓ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

เรื่อง  กำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้เครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่

(๑) เครื่องปรับอากาศที่ใช้สำหรับยานพาหนะ

(๒) เครื่องปรับอากาศที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) เครื่องปรับอากาศดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) เครื่องปรับอากาศดังกล่าว ต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  เครื่องปรับอากาศที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕

     ข้อ ๔  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถมองเห็นและอ่านได้ชัดเจน ปิดหรือติดไว้ที่เครื่องปรับอากาศ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบหรือรุ่น (model)

(๔) หมายเลขลำดับ (serial number)

(๕) เดือน ปี ที่ผลิต

(๖) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์

(๗) เฟส (phass)

(๘) ความถี่ โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์

(๙) พิกัดกระแสไฟฟ้าเข้า โดยระบุหน่วยเป็นแอมแปร์

(๑๐) พิกัดกำลังไฟฟ้าเข้า โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์

(๑๑) วงจรไฟฟ้า

(๑๒)[๑] ขนาดของขีดความสามารถทำความเย็น โดยระบุเป็นหน่วยเอสไอ

(๑๓)[๒] ค่าประสิทธิภาพการทำความเย็น

(๑๔)[๓] คำเตือนเกี่ยวกับการเปิดปิดเครื่อง เช่น “เมื่อปิดเครื่องแล้วปล่อยให้เครื่องพักไม่น้อยกว่า ๓ นาทีก่อนเปิดครั้งต่อไป”

กรณีตาม (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) และ (๑๒) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้นก็ได้[๔]

      ข้อ ๕  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องปรับอากาศ ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ขนาด กว้าง ยาว หนา โดยระบุหน่วยเป็นระบบเมตริก

(๒) น้ำหนักสุทธิ โดยระบุหน่วยเป็นระบบเมตริก

(๓) ชนิดและปริมาณของสารทำความเย็น

(๔) วิธีติดตั้ง

(๕) วิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้

(๖) การบำรุงรักษา

     ข้อ ๖  ให้เครื่องปรับอากาศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๕]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๓๐

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๖]

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๔ (๑๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒] ข้อ ๔ (๑๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๓] ข้อ ๔ (๑๔) เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๔] ข้อ ๔ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๓๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๔ มีนาคม ๒๕๓๐

[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๔๕/หน้า ๘๐๓๓/๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๔


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

เรื่อง  กำหนดเครื่องรับวิทยุเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องรับวิทยุเป็นสินค้าที่ประชาชนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายแต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องรับวิทยุเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้เครื่องรับวิทยุเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

สินค้าใดมีเครื่องรับวิทยุเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียง โทรทัศน์ หรืออุปกรณ์อื่นใดอยู่ด้วยก็ตาม ให้สินค้าดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องรับวิทยุ ต้องมีการควบคุมฉลากตามประกาศฉบับนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเครื่องรับวิทยุที่การมีไว้ในครอบครองต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการ

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องรับวิทยุที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องรับวิทยุดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

 

(๒) เครื่องรับวิทยุดังกล่าว ต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  เครื่องรับวิทยุที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากรวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕

     ข้อ ๔  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทย ที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน ปิดหรือติดไว้ที่เครื่องรับวิทยุ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความ เกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบหรือรุ่น (model)

(๔) หมายเลขลำดับ (serial number)

(๕) ระบบคลื่น

(๖) ระบบกระแสไฟฟ้า

(๗) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์

(๘) ความถี่ของกระแสไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์

(๙) กำลังไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์

(๑๐) คำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันไฟฟ้าช็อก (shock) และความเสียหายที่อาจเกิดแก่เครื่องรับวิทยุและแบตเตอรี่ เช่น

(ก) ในกรณีไม่ใช้เครื่องรับวิทยุนาน ๆ ให้เอาแบตเตอรี่ออก

(ข) ไม่ควรเสียบเต้าเสียบทิ้งไว้ เมื่อไม่ได้ใช้เครื่อง

(ค) เครื่องรับวิทยุที่ใช้ทั้งไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ให้เอาแบตเตอรี่ออก เมื่อใช้ไฟฟ้า

(ง) ไม่ควรถอดฝาด้านหลังเครื่องรับวิทยุออกเพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดได้

(จ) ควรเสียบเต้าเสียบให้แน่น และจับที่ตัวเต้าเสียบในขณะเสียบหรือดึงออกทุกครั้ง

กรณีตาม (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้นก็ได้

     ข้อ ๕  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องรับวิทยุ ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วงจรไฟฟ้า

(๒) การติดตั้งสายดิน และเสาอากาศ

(๓) วิธีใช้

(๔) การบำรุงรักษา

     ข้อ ๖  ให้เครื่องรับวิทยุที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๓๐

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๓๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๔ มีนาคม ๒๕๓๐


 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

เรื่อง  กำหนดเครื่องรับโทรทัศน์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                    โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้เครื่องรับโทรทัศน์เป็นสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภค สมควรกำหนดเครื่องรับโทรทัศน์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้เครื่องรับโทรทัศน์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

สินค้าใดมีเครื่องรับโทรทัศน์เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีเครื่องเล่นแถบบันทึกเสียง วิทยุ หรืออุปกรณ์อื่นใดอยู่ด้วยก็ตาม ให้สินค้าดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องรับโทรทัศน์ ต้องมีการควบคุมฉลากตามประกาศฉบับนี้ด้วย

     ข้อ ๒  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ เครื่องรับโทรทัศน์ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

 

(๒) เครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๓  เครื่องรับโทรทัศน์ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้ฉลาก รวมทั้งเอกสารหรือคู่มือตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕

     ข้อ ๔  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทย ที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่เครื่องรับโทรทัศน์ และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการผู้นำเข้า

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าว จะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แบบหรือรุ่น (model)

(๔) หมายเลขลำดับ (serial number)

(๕) ระบบกระแสไฟฟ้า

(๖) แรงดันไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์

(๗) ความถี่ของกระแสไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์

(๘) ระบบการรับภาพ

(๙) กำลังไฟฟ้า โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์

(๑๐) คำเตือน เกี่ยวกับการป้องกันไฟฟ้าช็อก (shock) และความเสียหายที่อาจเกิดแก่เครื่องรับโทรทัศน์และแบตเตอรี่ เช่น

(ก) ควรเสียบเต้าเสียบให้แน่น และจับที่ตัวเต้าเสียบในขณะเสียบหรือดึงออกทุกครั้ง

(ข) เพื่อป้องกันการลัดวงจร อย่าให้เครื่องเปียกชื้นหรือถูกละอองน้ำ

(ค) ไม่ควรเสียบเต้าเสียบทิ้งไว้ เมื่อไม่ได้ใช้เครื่อง

(ง) ไม่ควรถอดฝาด้านหลังเครื่องรับโทรศัพท์ออกเพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดได้

กรณีตาม (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) จะใช้สัญลักษณ์แทนข้อความนั้นก็ได้

     ข้อ ๕  เอกสารหรือคู่มือสำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ ต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ตามความเหมาะสม และอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) วงจรไฟฟ้า

(๒) การติดตั้งสายดิน และเสาอากาศ

(๓) วิธีใช้ และข้อควรระวังในการใช้

(๔) การบำรุงรักษา

     ข้อ ๖  ให้เครื่องรับโทรทัศน์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๓๐

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

สรัลพร/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๓๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๓/๔ มีนาคม ๒๕๓๐

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๕๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๑/๓๑ มีนาคม ๒๕๒๙

 

 

ภูริชญา กันทะเนตร

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.