ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๑ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

เรื่อง กำหนดน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การแสดงลักษณะเฉพาะยังไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยของผู้บริโภคสมควรกำหนดน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้

“น้ำมันเกียร์” หมายความว่า น้ำมันที่ใช้สำหรับหล่อลื่นชุดเฟืองที่ใช้ในยานยนต์ หรืองานอุตสาหกรรม และหมายความรวมถึงน้ำมันที่ใช้สำหรับเกียร์อัตโนมัติ

“น้ำมันเครื่อง” หมายความว่า น้ำมันหล่อลื่นเหลวสำหรับหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายในทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน แต่ไม่รวมถึงน้ำมันเครื่องที่ใช้กับเครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ

     ข้อ ๒  ให้น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(ก) น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่อง และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจ ดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า และประเทศที่ผลิต

(ค) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งรายใดแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้านั้นจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) เดือน และปีที่ผลิต

(๓) คำว่า “น้ำมันเกียร์” หรือ “น้ำมันเครื่อง”

(๓) ทวิ[๑] “เครื่องหมายและเลขทะเบียนคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเหลว ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมทะเบียนการค้า” ในประเภทน้ำมันเครื่อง

(๔) ชั้นคุณภาพ (ตามมาตรฐานที่อ้างอิงได้)

(๕) ปริมาตรสุทธิ โดยระบุหน่วยเป็นระบบเมตริก

(๖) ข้อแนะนำในการใช้ และ/หรือข้อห้ามใช้

      ข้อ ๖  ให้น้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๒]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๓๙) เรื่อง กำหนดน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)[๓]

ประภาศรี/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ข้อ ๕ (๓) ทวิ เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๓๙) เรื่อง กำหนดน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒)

[๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑/ตอนพิเศษ ๓๓ ง/หน้า ๑๐๘/๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๗

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๕๖ ง/หน้า ๑๔๒/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๙


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดสีเทียนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้ “สีเทียน” หมายความว่าวัสดุที่มีลักษณะเป็นแท่งทำขึ้นโดยมีสีและไขผึ้งเป็นส่วนผสมหลัก ใช้สำหรับวาดภาพหรือระบายสี

     ข้อ ๒  ให้สีเทียนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศฉบับนี้ ไม่ใช้บังคับแก่สีเทียนที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) สีเทียนดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) สีเทียนดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  สีเทียนที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุสีเทียน และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) เดือน และปีที่ผลิต

(๓) ประเทศที่ผลิต

(๔) คำว่า “สีเทียน”

(๕) จำนวน

(๖) ให้ระบุข้อความที่รับรองว่า “ไม่เป็นอันตราย” สำหรับสีเทียนที่มีส่วนผสมของโลหะหนักในอัตราที่ไม่เป็นอันตราย

(๗) คำเตือน “ห้ามนำเข้าปาก”

     ข้อ ๖  ให้สีเทียนที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๒๐ ง/หน้า ๘๙/๙ มีนาคม ๒๕๓๘


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๔ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดจาระบีเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ในประกาศฉบับนี้ “จาระบี” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลวได้จากการผสมน้ำมันแร่ผ่านกรรมวิธีหรือน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์กับสารที่ทำให้เกิดลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว เช่น สารจำพวกสบู่ หรืออื่นๆ และอาจเติมสารเคมีเพื่อให้มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งาน

     ข้อ ๒  ให้จาระบีเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่จาระบีที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(ก) จาระบีดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทย ว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) จาระบีดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๔  จาระบีที่จะนำออกขายต้องจัดให้มีฉลากตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕

     ข้อ ๕  ฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจนปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุจาระบี และข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) เดือน ปีที่ผลิต และ/หรือรหัสรุ่นที่ผลิต

(๓) ให้ระบุข้อความว่า “จาระบี” และให้ระบุคุณสมบัติของการใช้งานไว้ด้วย

(๔) ประเภทและชนิดการใช้งาน

(๕) น้ำหนักสุทธิ เป็นกรัมหรือกิโลกรัม

     ข้อ ๖  ให้จาระบีที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

     ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๒๓/๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๘


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดหลอดฟลูออเรสเซนต์ (FLUORESCENT LAMPS)เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดหลอดไฟวาวแสงหรือฟลูออเรสเซนต์ (FLUORESCENT) เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

(๒) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ. ๒๕๓๒) เรื่อง กำหนดหลอดไฟวาวแสงหรือฟลูออเรสเซนต์ (FLUORESCENT) เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๓๒

(๓) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดหลอดไฟวาวแสงหรือฟลูออเรสเซนต์ (FLUORESCENT) เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๔

      ข้อ ๒  ในประกาศฉบับนี้ “หลอดฟลูออเรสเซนต์” หมายความว่า หลอดที่เปล่งแสงออกมาจากสารฟลูออเรสเซนต์ที่เคลือบอยู่บนผิวภายในของหลอด เนื่องจากถูกกระตุ้น โดยรังสีอัลตราไวโอเลตที่เกิดจากกระบวนการปล่อยประจุผ่านไอปรอทที่ความดันต่ำระหว่างไส้หลอดทั้งสองไส้สำหรับให้แสงสว่างเพื่อการใช้งานทั่วไป

      ข้อ ๓  ให้หลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

      ข้อ ๔  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) หลอดฟลูออเรสเซนต์ดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) หลอดฟลูออเรสเซนต์ดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้าให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

      ข้อ ๕  หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากตามข้อ ๖ ปิดหรือติดไว้ที่หลอดฟลูออเรสเซนต์ และต้องจัดให้มีฉลากตามข้อ ๗ ปิดหรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุ

      ข้อ ๖  ฉลากที่หลอดฟลูออเรสเซนต์นั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้า และสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) กำลังไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร w แทนก็ได้

      ข้อ ๗  ฉลากที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุหลอดฟลูออเรสเซนต์นั้นต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้า และสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) คำว่า “หลอดฟลูออเรสเซนต์”

(๓) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๔) กำลังไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร w แทนก็ได้

(๕) ค่าการให้แสงที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นลูเมน หรือมีตัวอักษร Im แทนก็ได้

(๖) อายุการใช้งานที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นชั่วโมง

(๗) ลักษณะของสี เช่น เดย์ไลท์ (Daylight) ไวท์ (White) วอร์มไวท์ (Warm White) ซึ่งจะระบุเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ หรือจะใช้ตัวอักษรย่อของคำว่า เดย์ไลท์ (Daylight) ไวท์ (White) วอร์มไวท์ (Warm White) แล้วแต่กรณีก็ได้

(๘) หลอดฟลูออเรสเซนต์ ประเภทที่ไม่ต้องใช้สตาร์ตเตอร์ (Starter) ให้มีคำว่า “ไม่ต้องใช้สตาร์ตเตอร์” หรือมีสัญลักษณ์แทนก็ได้

(๙) หลอดฟลูออเรสเซนต์ ประเภทที่ไม่ต้องใช้บัลลาสต์ ให้มีคำว่า “มีบัลลาสต์อยู่ในตัว” หรือมีสัญลักษณ์แทนก็ได้

(๑๐) ค่าประสิทธิภาพการส่องสว่าง โดยระบุหน่วยเป็นลูเมนต่อวัตต์ หรือมีตัวอักษร Im/W แทนก็ได้

      ข้อ ๘  ให้หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๒๖/๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๘


 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๖ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดหลอดไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

      ข้อ ๑  ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดหลอดไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

(๒) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดหลอดไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๔

      ข้อ ๒  ในประกาศฉบับนี้ “หลอดไฟฟ้า” หมายความว่า หลอดไฟฟ้าชนิดที่เปล่งแสงออกมาจากไส้หลอดโดยตรง สำหรับให้แสงสว่างเพื่อการใช้งานทั่วไป

      ข้อ ๓  ให้หลอดไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

      ข้อ ๔  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่หลอดไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) หลอดไฟฟ้าดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) หลอดไฟฟ้าดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

      ข้อ ๕  หลอดไฟฟ้าที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากตามข้อ ๖ ปิดหรือติดไว้ที่หลอดไฟฟ้าและต้องจัดให้มีฉลากตามข้อ ๗ ปิด หรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุ

      ข้อ ๖  ฉลากที่หลอดไฟฟ้านั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทย จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด หรือช่วงแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรือมีตัวอักษร v แทนก็ได้

(๓) กำลังไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร w แทนก็ได้

      ข้อ ๗  ฉลากที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุหลอดไฟฟ้านั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้าในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด หรือช่วงแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรือมีตัวอักษร v แทนก็ได้

(๔) กำลังไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร w แทนก็ได้

(๕) ค่าการให้แสงที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นลูเมน หรือมีตัวอักษร Im แทนก็ได้

(๖) ลักษณะของขั้วหลอดไฟฟ้า ให้ระบุคำว่า “ชั้วเกลียว” สำหรับหลอดไฟฟ้าแบบขั้วเกลียว และให้ระบุคำว่า “ขั้วเขี้ยว” สำหรับหลอดไฟฟ้าแบบขั้วเขี้ยว หรือแสดงด้วยรูปภาพแทนก็ได้ ยกเว้น หลอดไฟฟ้าที่บรรจุในภาชนะหรือหีบห่อที่มองเห็นลักษณะของขั้วได้ชัดเจน จะไม่ระบุลักษณะของขั้วในฉลากก็ได้

(๗) ลักษณะของแก้ว ให้ระบุคำว่า “หลอดใส” สำหรับหลอดไฟฟ้าแบบแก้วชนิดใส และให้ระบุคำว่า “หลอดฝ้า” สำหรับหลอดไฟฟ้าแบบแก้วชนิดฝ้า ยกเว้นหลอดไฟฟ้าที่บรรจุในภาชนะหรือหีบห่อที่มองเห็นลักษณะของแก้วได้ชัดเจน จะไม่ระบุลักษณะของแก้วในฉลากก็ได้

(๘) ค่าประสิทธิภาพของการส่องสว่าง โดยระบุหน่วยเป็นลูเมนต่อวัตต์ หรือมีอักษร Im/W แทนก็ได้

      ข้อ ๘  ให้หลอดไฟฟ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๓๑/๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๘


 
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๗ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดพัดลมไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดพัดลมไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

(๒) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๔ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดพัดลมไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๔

     ข้อ ๒  ให้พัดลมไฟฟ้าทุกชนิดเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๓  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่พัดลมไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) พัดลมไฟฟ้าดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) พัดลมไฟฟ้าดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

 

ข้อ ๔  พัดลมไฟฟ้าที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากตามข้อ ๕ ปิดหรือติดไว้ที่พัดลมไฟฟ้า และต้องจัดให้มีเอกสารหรือคู่มือตามข้อ ๖

      ข้อ ๕  ฉลากที่พัดลมไฟฟ้านั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตขึ้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทย จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด หรือช่วงแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรือมีตัวอักษร v แทนก็ได้

(๔) กำลังไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร w แทนก็ได้

(๕) ความถี่ที่กำหนด หรือช่วงความถี่ที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นเฮิรตซ์ หรือมีตัวอักษร Hz แทนก็ได้

(๖) เดือนและปีที่ผลิต หรือรุ่นที่ผลิต ซึ่งจะใช้เป็นรหัสแทนก็ได้

(๗) ขนาดพัดลมไฟฟ้า ให้ระบุหน่วยเป็นมิลลิเมตร หรือมีตัวอักษร mm แทนก็ได้ โดยวัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมที่ลากผ่านปลายสุดของใบพัดลม

(๘) ตำแหน่งต่างๆ ของการควบคุมอัตราเร็ว ต้องแสดงด้วยตัวเลข อักษร หรือสัญลักษณ์อย่างอื่นที่มองเห็นและเข้าใจง่าย ถ้าใช้ตัวเลขแสดงตำแหน่งต่างๆ ตำแหน่ง “ปิด” ให้ใช้ตัวเลข 0 ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ให้ใช้ตัวเลขที่สูงขึ้นตามลำดับอัตราเร็วและตัวเลข 0 ต้องไม่ใช้แสดงตำแหน่งอื่นๆ อีก

      ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบกับพัดลมไฟฟ้าต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทย ข้อความในเอกสารหรือคู่มืออย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) คำแนะนำและคำเตือนการใช้พัดลมไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยและประหยัด

(๒) การบำรุงรักษา

(ก) คำแนะนำวิธีทำความสะอาดและการรักษาพัดลมไฟฟ้า

(ข) การเปลี่ยนชิ้นส่วน ให้แสดงด้วยรูปของพัดลมไฟฟ้าแยกเป็นส่วนๆ โดยเฉพาะส่วนสำคัญที่อาจเปลี่ยนได้พร้อมรูปของเครื่องมือที่ใช้และคำอธิบายหรือคำแนะนำในการเปลี่ยนชิ้นส่วน เช่น สายไฟฟ้า หน้ากาก ใบพัด

(๓) ประเภทของวัสดุฉนวนของขดลวด และตัวเปลี่ยนอัตราความเร็ว (ถ้ามี)

(๔) ค่าประสิทธิภาพการระบายลม โดยระบุหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตรต่อนาทีต่อวัตต์ หรือมีตัวอักษร m๓/min/W แทนก็ได้

      ข้อ ๗  ให้พัดลมไฟฟ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๓๖/๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๘


  
 

 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๘ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

(๒) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๓๔) เรื่อง กำหนดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๔

      ข้อ ๒  ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

      ข้อ ๓  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

      ข้อ ๔  เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลากตามข้อ ๕ ปิดหรือติดไว้ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหาร และต้องจัดให้มีเอกสารหรือคู่มือตามข้อ ๖

      ข้อ ๕  ฉลากที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องแสดงข้อความเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ชื่อประเทศที่ผลิต

(๓) แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด หรือช่วงแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรือมีตัวอักษร v แทนก็ได้

(๔) กำลังไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นวัตต์ หรือมีตัวอักษร w แทนก็ได้

(๕) เดือนและปีที่ผลิต หรือรุ่นที่ผลิต ซึ่งจะใช้เป็นรหัสแทนก็ได้

(๖) ขนาดความจุ

      ข้อ ๖  เอกสารหรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทย ข้อความในเอกสารหรือคู่มืออย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารประเภทที่มีชิ้นส่วนใดไม่สามารถสัมผัสน้ำได้ ให้มีคำเตือนเพื่อให้ทราบว่า ชิ้นส่วนนั้นห้ามสัมผัสน้ำ

(๒) คำแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหาร เพื่อความปลอดภัยและประหยัด

(๓) การบำรุงรักษา

(ก) คำแนะนำวิธีทำความสะอาดและการรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหาร

(ข) การเปลี่ยนชิ้นส่วน ให้แสดงด้วยรูปของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารแยกเป็นส่วน ๆ โดยเฉพาะส่วนสำคัญที่อาจเปลี่ยนได้พร้อมรูปของเครื่องมือที่ใช้ และคำอธิบายหรือคำแนะนำในการเปลี่ยนชิ้นส่วน

ข้อความทั้งหมดในวรรคหนึ่งนั้น จะแสดงไว้ที่ภาชนะบรรจุก็ได้

      ข้อ ๗  ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๔๐/๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๘


 
 

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๖๙ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

เรื่อง กำหนดเต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ ๑  ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖) เรื่อง กำหนดเต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๖

     ข้อ ๒  ในประกาศฉบับนี้

“เต้าเสียบไฟฟ้า” หมายความว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งใช้ต่อกับสายอ่อนของเครื่องใช้ไฟฟ้า มีขาเสียบสำหรับใช้เสียบกับเต้ารับเพื่อเชื่อมวงจรไฟฟ้า และสามารถดึงออกจากเต้ารับไฟฟ้า

“เต้ารับไฟฟ้า” หมายความว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งต่ออย่างถาวรกับสายไฟฟ้าและมีขารับสำหรับรับเต้าเสียบ

     ข้อ ๓  ให้เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

     ข้อ ๔  ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(ก) เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(ข) เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก หรือผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้จัดหาสินค้านั้นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการส่งออก

     ข้อ ๕  เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิดหรือติดไว้ที่ตัวเต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้า

     ข้อ ๖  ฉลากที่เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้านั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใด ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ผลิตนั้น

(ข) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้นำเข้า แต่ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นที่มิใช่ผู้นำเข้า ให้ระบุชื่อและสถานที่ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าที่ได้นำเข้านั้น

ถ้าผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) กระแสไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นแอมแปร์ หรือมีตัวอักษร A แทนก็ได้

(๓) แรงดันไฟฟ้าที่กำหนด โดยระบุหน่วยเป็นโวลต์ หรือมีตัวอักษร v แทนก็ได้

(๔) สัญลักษณ์แสดงชนิดของกระแสไฟฟ้า

(๕) ในกรณีที่เป็นชุดสายต่อให้ระบุกระแสไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้สูงสุด

ในกรณีเต้ารับไฟฟ้าชนิดป้องกันน้ำหรือป้องกันวัตถุภายนอกที่มีระดับชั้นการป้องกันสูงกว่ามาตรฐานปกติที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดไว้ (IP ๒ X) ให้แสดงสัญลักษณ์หรือข้อความนั้นไว้ที่ภาชนะบรรจุ

      ข้อ ๗  ให้เต้าเสียบและเต้ารับไฟฟ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศฉบับนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

      ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

มาลดี  วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประภาศรี/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๔๔/๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๘

 

 

 

ภูริชญา กันทะเนตร

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.