การมอบอำนาจ

                การมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลคนใดคนหนี่งทำการแทนตนเองได้รับการยอมรับตามกฎหมายว่าด้วยตัวแทนซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา  ๗๙๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  (ป.พ.พ.)

ดังนั้น การกระทำของตัวแทนจึงมีผลเสมือนตัวการผู้มอบอำนาจเป็นผู้กระทำเอง หากตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจไปทำการใดได้ผลดี ตัวการหรือผู้มอบอำนาจก็รับผลดีนั้นด้วย แต่หากการใดเป็นผลร้าย ตัวการก็ต้องรับในผลร้ายนั้นด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การมอบอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดไปกระทำการใด ควรมีการตรวจสอบและติดตามผลทุกครั้ง

การมอบอำนาจจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากรัฐบาล โดยวิธีการบังคับให้ติดอากรแสตมป์ไว้ที่หนังสือมอบอำนาจนั้นๆ เว้นแต่ใบมอบฉันทะของเสมียนทนายที่ได้รับการยกเว้น การคำนวณค่าอากรแสตมป์คิดตามจำนวนผู้รับมอบอำนาจเป็นรายคนๆละ ๓๐ บาท สำหรับกิจการที่ต้องทำต่อเนื่องไปหลายคราวตามที่ได้รับมอบหมายตามหนังสือมอบอำนาจนั้น หากกระทำการเพียงครั้งเดียวคิดรายละ ๑๐ บาท 

การมอบอำนาจอาจกระทำโดยนิติบุคคลก็ได้ เช่น บริษัทจำกัด มอบอำนาจให้กรรมการบริษัทคนใดคนหนึ่งดำเนินการฟ้องคดีความต่อบุคคลภายนอกก็อาจทำได้โดยการทำ หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี มอบอำนาจให้กรรมการท่านนั้นไปดำเนินการได้แต่เพียงผู้เดียวจนเสร็จคดี ไม่ต้องเสียเวลากรรมการท่านอื่น หรือ กรณีผู้อยู่ในต่างประเทศต้องการจัดการทรัพย์สินในประเทศไทย ก็สามารถทำ หนังสือมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินจากต่างประเทศ มอบอำนาจให้ญาติพี่น้อง ดำเนินการแทนก็ได้ นอกจากนี้การมอบอำนาจ ยังมีการมอบอำนาจต่อกันไปได้อีก คือ การมอบอำนาจช่วง หากหนังสือมอบอำนาจหลักให้อำนาจผู้รับมอบอำนาจให้มีสิทธิแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วงได้

                                                       

                                               ทนายความอาสาสภาทนายความ
                                      
ให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายแก่ประชาชน
                                               โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น
                         เวลาทำการ 08.30-16.30 น.
 ณ สภาทนายความ ถนนราชดำเนิน
                                        เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

ให้คำปรึกษากฎหมายฟรีอย่างจริงใจและสุจริตเป็นหน้าที่ของทนายความอาสา


โครงการทนายความอาสาประจำส่วนราชการ
สถานที่ให้คำปรึกษากฎหมาย (กรุงเทพมหานคร)
1. ศาลอาญา
2.  ศาลแพ่ง
3. ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
4.  ศาลอาญากรุงเทพใต้
5. ศาลอาญาธนบุรี
6. ศาลแขวงพระนครใต้
7. ศาลจังหวัดตลิ่งชัน
8.  ศาลจังหวัดพระโขนง
9.  ศาลแขวงพระนครเหนือ ชั้น 2
 
โครงการทนายความอาสาประจำส่วนราชการ
สถานที่ให้คำปรึกษากฎหมาย (ส่วนภูมิภาค 1-9)
ภาค 1
ศาลจังหวัดสระบุรี         
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ   
ศาลแขวงสมุทรปราการ
ศาลจังหวัดนนทบุรี  
ศาลแขวงนนทบุรี    
ศาลจังหวัดมีนบุรี (1)    
ศาลจังหวัดมีนบุรี (2)บริเวณควบคุมตัว
 ศาลจังหวัดธัญบุรี
 ศาลจังหวัดปทุมธานี
 ศาลจังหวัดสิงห์บุรี  
 ศาลจังหวัดลพบุรี
 ศาล จ.พระนครศรีอยุธยา
 ศาลจังหวัดอ่างทอง (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดชัยบาดาล (จ.พ.ศ)
( ภาค 1 รวม 14 จังหวัด)
ภาค 2
ศาลจังหวัดชลบุรี
ศาลจังหวัดพัทยา
ศาลจังหวัดระยอง
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศาลจังหวัดจันทบุรี
ศาลจังหวัดนครนายก (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดปราจีนบุรี (จ.พ.ศ.)
ศาลจังหวัดสระแก้ว (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี (จ.พ.ศ)
(ภาค 2 รวม 9 จังหวัด)
ภาค 3
ศาลจังหวัดชัยภูมิ
ศาลจังหวัดนครราชสีมา
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี
ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ
ศาลจังหวัดนางรอง (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดภูเขียว (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดยโสธร (จ.พ.ศ.)
ศาลจังหวัดสุรินทร์
( ภาค 3 รวม 10 จังหวัด )
ภาค 4   
ศาลจังหวัดขอนแก่น
ศาลจังหวัดอุดรธานี (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดมหาสารคาม  (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดหนองคาย (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดเลย
ศาลจังหวัดพล                      
ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดนครพนม (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดสกลนคร (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดมุกดาหาร (จ.พ.ศ)
(ภาค 4 รวม 12 จังหวัด)
ภาค 5
ศาลจังหวัดเชียงใหม่
ศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่
ศาลแขวงลำปาง
ศาลจังหวัดน่าน
ศาลจังหวัดเชียงราย
ศาลจังหวัดลำพูน
ศาลจังหวัดพะเยา (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดแพร่ (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดเทิง (จ.พ.ศ)
(ภาค 5 รวม 9 จังหวัด)
ภาค 6
ศาลจังหวัดพิษณุโลก
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์
ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์
ศาลจังหวัดกำแพงเพชร                                                                                                                            
ศาลจังหวัดนครสวรรค์
ศาลจังหวัดสวรรคโลก (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดสุโขทัย (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดหล่มสัก (จ.พ.ศ.)
ศาลจังหวัดอุทัยธานี (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดแม่สอด (จ.พ.ศ.)
ศาลจังหวัดพิจิตร
 ศาลจังหวัดตาก  (จ.พ.ศ)
(ภาค 6 รวม 12 จังหวัด)
ภาค 7
ศาลจังหวัดนครปฐม                           
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี
ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ศาลจังหวัดเพชรบุรี
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ศาลจังหวัดราชบุรี
ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดทองผาภูมิ (จ.พ.ศ)
(ภาค 7 รวม 9 จังหวัด)
ภาค 8
ศาลจังหวัดภูเก็ต
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช
ศาลจังหวัดทุ่งสง  (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดกระบี่
ศาลจังหวัดหลังสวน (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดปากพนัง (จ.พ.ศ)           (ภาค 8 รวม 7 จังหวัด)
ภาค 9
ศาลจังหวัดตรัง
ศาลจังหวัดพัทลุง (จ.พ.ศ.)
ศาลจังหวัดสงขลา (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดปัตตานี (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดสตูล  (จ.พ.ศ)
ศาลจังหวัดเบตง (จ.พ.ศ)           (ภาค 9 รวม 7 จังหวัด)  

             

 สารของนายกสภาทนายความ

 “วันทนายความ” ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มเข้าสู่ปีที่ 23 ของการก่อตั้งสภาทนายความ และเป็นปีที่ 53 ของการรวมตัวกันของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ นับตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2500 ที่ได้มีการก่อตั้งสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยอันเป็นรากฐานของการยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติทนายความ ตั้งแต่ปี 2514 จนถึงปี 2528 และได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ในวันที่ 10 กันยายน 2528 นับต่อเนื่องเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่วิชาชีพทนายความได้มีการรวมตัวกันสะสมประสบการณ์ด้วยความอดทน สร้างศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ
แห่งวิชาชีพให้มีความก้าวหน้ามาโดยลำดับ นำประสบการณ์และความเห็นที่มีความแตกต่างกันมาร้อยประสานให้เป็นหนึ่ง โดยไม่ให้เกิดมีความแตกแยกในองค์กรด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธาในวิชาชีพเพื่อให้เกิดความสำเร็จในการสร้างมาตรฐานวิชาชีพของทนายความให้ทัดเทียมกับวิชาชีพทนายความที่เป็นที่ยอมรับกันในนานาอารยประเทศ

ในวันนี้ ในนามของคณะกรรมการบริหารสภาทนายความอยากจะเรียนเพื่อนทนายความทั่วประเทศให้ทราบว่า องค์กรสภาทนายความที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาจวบจนถึงปัจจุบัน นอกเหนือจากการพัฒนาและวางมาตรฐานหลักสูตรการสอบเพื่อรับเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ แห่งสภาทนายความ ที่เป็นที่ยอมรับและรับรู้กันมาเป็นมาตรฐานของวิชาชีพที่สำคัญนั้น ได้เข้าสู่มาตรฐานสากลถึงหลักวิชาชีพทนายความเป็นผู้มีคุณธรรมในการประกอบวิชาชีพ บุคลากรนับสิบรุ่นที่มีผลงานและทำงานให้กับลูกความและสังคมด้วยความอดทนเป็นที่น่าชื่นชม จะมีที่ขาดตกบกพร่องบ้างก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยเต็มที อย่างไรก็ตาม องค์กรสภาทนายความมิได้หยุดการพัฒนาตัวเองแต่เพียงการอบรมวิชาชีพว่าความ ได้มีการวางแผนพัฒนาวิชาชีพโดยการก่อตั้งสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง มีผู้เข้ารับการอบรมผ่านไปแล้ว 30 รุ่น และได้มีการสัมมนาโดยมีการพัฒนาความรู้ทางด้านวิชาการอย่างสม่ำเสมอตามงบประมาณซึ่งแม้จะมีอยู่ค่อนข้างจำกัด แต่ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากเพื่อนทนายความอาวุโสหลายท่าน ทำให้งานพัฒนาวิชาชีพกฎหมายผ่านไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะเรื่องการรับรองลายมือชื่อและเอกสารของ
ทนายความที่ได้กำหนดหลักสูตรการทดสอบและการทำความเข้าใจ ได้มีการยกร่างข้อบังคับฉบับแรกและเปลี่ยนไปเป็นคำสั่งและระเบียบ แต่ในที่สุดก็ได้ออกเป็นข้อบังคับใหม่โดยใช้เวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นหลักฐานสนับสนุนให้เห็นชัดว่าสภาทนายความไม่ได้มุ่งแต่จะให้เรียนรู้เรื่องการว่าความเพียงอย่างเดียว เฉกเช่นวิชาชีพทนายความในประเทศทุกประเทศ ทนายความจะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่ต้องพัฒนาและมีความรู้อย่างมากมาย   
สภาทนายความจึงได้พัฒนาโครงสร้างและกรอบทางด้านวิชาชีพเพิ่มเติมในปลายปี 2551 โดยวางแผนที่จะส่งเสริมให้การศึกษาทางด้านวิชานิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยในประเทศไทยให้มีหลักสูตร Juris Doctor หรือ Doctor of Jurisprudence (J.D.) ให้เกิดขึ้นให้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ และได้มีการยกร่างข้อบังคับเพื่อเป็นแนวทางให้      คณะนิติศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษานำไปพิจารณาเพื่อจะได้ให้สิทธิประโยชน์ในการเรียนการขอรับใบอนุญาตเป็นทนายความในอนาคต

นอกจากการพัฒนาทางด้านคุณภาพของวิชาชีพทนายความแล้ว ความพยายามที่จะจัดตั้งที่ทำการที่สง่างาม การจัดซื้อที่ดินด้วยเงินทุนของสภาทนายความเองจนถึงปัจจุบันก็มีความก้าวหน้าเป็นลำดับ แต่ด้วยเหตุที่มีอุปสรรคทางด้านเศรษฐกิจถดถอยโดยเฉพาะการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนพัฒนาที่ดินในขณะนี้จึงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้บริหารสภาทนายความท้อแท้ ยังจะพยายามหาผู้ร่วมทุนและการจัดสร้างที่ทำการใหม่ให้สวยงามบนเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ริมถนนพหลโยธินให้จงได้

ทั้งความพยายามในด้านการจัดหาที่ทำการ การสร้างศรัทธาและเกียรติภูมิในวิชาชีพที่ได้ทำมานอกจากจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนทนายความแล้ว คณะกรรมการบริหารสภาทนายความทุกท่านเชื่อว่าวิชาชีพทนายความมีความมั่นคงสง่างาม การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของวิชาชีพทนายความก็จะสามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ในกฎหมายทุกสาขาและการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย การแสวงหาข้อเท็จจริงและการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลหรือต่อหน่วยราชการ การรับเรื่องราวร้องทุกข์ในทุก ๆ เรื่องของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนก็สามารถจะดำเนินไปได้ด้วยดี และสิ่งเหล่านี้เองที่จะเป็นการสนองตอบของวิชาชีพทนายความต่อสังคมและประชาชนไปอีกนาน

ในนามของคณะกรรมการบริหารสภาทนายความขอขอบคุณเพื่อนทนายความทั้งประเทศ โดยเฉพาะทนายความอาสา ประธานและกรรมการสภาทนายความในทุกเขตศาลจังหวัดที่ได้ช่วยกันสร้างสรรค์และดำรงไว้ซึ่งวิชาชีพทนายความให้เป็นที่เชื่อมั่นและสนองตอบศรัทธาของประชาชนด้วยดีตลอดมา ขอกุศลที่ท่านทั้งหลายได้ทำให้แก่ประชาชนและชาติบ้านเมืองจงเป็นผลน้อมนำให้เพื่อนสมาชิกสภาทนายความและครอบครัวทุกท่านมีความสุขความสำเร็จและความมั่นคงในหน้าที่การงานตลอดไป
 
                                                            
                                                             ( นายเดชอุดม  ไกรฤทธิ์ )
                                                                นายกสภาทนายความ
                                                               20 กุมภาพันธ์  2552 

ข่าวประชาสัมพันธ์จาก www.lawyercouncil.or.th

ไทยลอว์ทูเดย์เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการต่อชาวไทยและชาวต่างชาติผู้ที่ให้ความสนใจต่อกฎหมายไทยซึ่งจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจหรือการดำเนินชีวิตในประเทศไทย

ข้อมูลที่ให้บริการในเว็บไซต์นี้ มิใช่เป็นการให้บริการด้านปรึกษากฎหมายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ แม้ว่าข้อมูลบางด้านจะเป็นการบรรยายแบบเฉพาะเจาจงแต่มิได้มุ่งหมายเป็นการให้คำปรึกษาทางกฎหมายหรืออรรถคดีใดๆ

ผู้ให้บริการขอแนะนำให้ผู้ที่ต้องการใช้บริการด้านกฎหมายติดต่อทนายความของท่านเป็นการส่วนตัว

ข้อมูลในเว็บไซต์ประกอบด้วย กฎหมายที่มีนัยสำคัญที่ประกาศบังคับใช้ในรอบระยะเวลาที่ผ่านมาและกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

จุดมุ่งหมายสำคัญของเว็บไซต์ต้องการเพียงจัดหมวดหมู่กฎหมายต่างๆให้สอดคล้องตามสภาพการใช้งานจริงของประชาชน โดยจัดหมวดหมู่ตามลักษณะอาชีพ กฎหมายที่ต้องใช้เป็นกลุ่ม กฎหมายทั่วไป และกฎหมายทางเทคนิค เป็นต้น

ผู้ชมสามารถติชม แนะนำ เว็บไซต์ได้โดยส่งอีเมล์มายังเว็บไซต์ ที่ contact us เพื่อการปรับปรุงข้อมูลที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ (PDF)

11-07-2560 Hits:528 กฎหมายสำหรับผู้สูงอายุ Super User

พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖

กฎหมายสำหรับนักวิชาชีพ 1

11-07-2560 Hits:492 กฎหมายสำหรับนักวิชาชีพ Super User

กฎหมายสำหรับประชาชน 1

11-07-2560 Hits:464 กฎหมายสำหรับประชาชน Super User

กฎหมายทั่วไป 1

11-07-2560 Hits:477 กฎหมายทั่วไป Super User

ผู้บริโภคระวัง!!! ค่าไฟฟ้าย้อนหลังสิบปี?

15-09-2553 Hits:6032 Latest Administrator

การคุ้มครองผู้บริโภค: กรณีผู้บริโภคถูกเรียกค่าไฟฟ้าย้อนหลังสิบปี จะทำอย่างไรดี?

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สภาทนาย

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานอัยการสูงสุด

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ