Home Article บทความ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

 

การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Monday, 29 June 2009 10:12

 

การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

 กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นกระบวนการทางศาลโดยผู้ร้องขอต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลต่างหากจากคดีแพ่ง  หรือคดีล้มละลายธรรมดา  ซึ่งได้บัญญัติเพิ่มเติมไว้ในหมวด  3/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย  พุทธศักราช 2483 อันเป็นการสร้างมาตรการทางกฎหมายขึ้นมาเพื่อช่วยเอื้อต่อการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้  กฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญที่ควรรู้ดังนี้
 
  องค์ประกอบในการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
 ประกอบด้วย
 - ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัทจำกัด  บริษัทมหาชน  จำกัด  หรือ  นิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
 - ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
 - ลูกหนี้เป็นหนี้จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท (เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกัน)
 - มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการ
 - ลูกหนี้จะต้องไม่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว
 - ลูกหนี้ยังไม่ได้ถูกศาลหรือนายทะเบียนได้มีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคล  หรือมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น  หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องไม่เลิกกันด้วยเหตุอื่นไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จหรือไม่ก็ตาม
 
 บุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
1.เจ้าหนี้ซึ่งอาจเป็นคนเดียวหรือหลายคนรวมกันและมีจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท
2.ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท
3. ธนาคารแห่งประเทศไทย  เฉพาะลูกหนี้ที่เป็น
    -ธนาคารพาณิชย์
    -บริษัทเงินทุน
    -บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
    -บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
 4. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  เฉพาะลูกหนี้ที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์
 5. กรมการประกันภัย  เฉพาะลูกหนี้ที่เป็น
     -บริษัทประกันวินาศภัย
     -บริษัทประกันชีวิต
 6. หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
 7. เจ้าหนี้ของลูกหนี้ตามข้อ 3, 4, 5 หรือ 6 หรือลูกหนี้นั้นเองจะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย,  สำนักงานคณะกรรมการกำกับทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์,  กรมการประกันภัยหรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ตามข้อ 6 เสียก่อน

 หลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
 -คำร้องขอฟื้นฟูกิจการผู้ร้องขอต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง
1. ความมีหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้
2.   รายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนที่ลูกหนี้เป็นหนี้รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสิบ
ล้านบาท
3.    เหตุอันควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ
4.    ชื่อและคุณสมบัติของผู้ทำแทน
5.    หนังสือยินยอมของผู้ทำแทน
6.    กรณีที่เจ้าหนี้เป็นผู้ร้องขอ  นอกจากแสดงรายละเอียดข้างต้นแล้วจะต้องแนบรายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบมาพร้อมคำร้องขอ  ส่วนลูกหนี้เป็นผู้ร้องขอจะต้องแนบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่  รายชื่อและที่อยู่โดยชัดแจ้งของเจ้าหนี้ทั้งหลายมาพร้อมคำร้องขอ

- ผู้ร้องขอต้องชำระค่าขึ้นศาลหนึ่งพันบาทและต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายต่อศาลเป็นจำนวนห้าหมื่นบาทไปพร้อมกันขณะยื่นคำร้องขอ

- ผู้ร้องขอยื่นคำร้องต่อศาล คือ ศาลล้มละลายกลางและในระหว่างศาลล้มละลายภาคยังไม่เปิดทำการ  ให้ยื่นต่อศาลจังหวัดทั่วประเทศ  ซึ่งลูกหนี้ประกอบธุรกิจในเขตอำนาจศาลดังกล่าวได้ด้วย


สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ
กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ
-เจ้าหนี้ที่มีสิทธิออกเสียง  ในที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผน  ต้องเป็นเจ้าหนี้ที่มูลหนี้เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ
-เจ้าหนี้ต้องยื่นแบบแสดงความประสงค์จะเข้าประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผนตามแบบพิมพ์ ฟ. 19 หรือ ฟ. 19/1 ของกรมบังคับคดี  พร้อมส่งหลักฐานแห่งความเป็นเจ้าหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์  ก่อนวันประชุม  หากมอบให้บุคคลอื่นยื่นแทนต้องทำใบมอบอำนาจตามแบบพิมพ์  ฟ. 12  หรือ ฟ. 12/1 ของกรมบังคับคดี
- หลักฐานแห่งความเป็นเจ้าหนี้  หากเจ้าหนี้จะส่งสำเนาเอกสาร  ต้องรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบถ้วน
- เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะขอตรวจหลักฐานแห่งหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่น ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้
- ในการประชุมเจ้าหนี้ดังกล่าว  เจ้าหนี้จะไปออกเสียงด้วยตนเองหรือมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้อื่นออกเสียงแทนได้และต้องไปร่วมประชุมทุกครั้งเพื่อลงมติ
- เจ้าหนี้มีสิทธิคัดค้านการออกเสียงของเจ้าหนี้รายอื่นได้
- เจ้าหนี้มีสิทธิเสนอชื่อผู้ทำแผนต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ได้โดยเสนอพร้อมหนังสือยินยอมของผู้ทำแผนนั้น

กรณีที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน
- เจ้าหนี้ต้องยื่นขอชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามแบบพิมพ์  ฟ. 20 หรือ ฟ. 20/1 ของกรมบังคับคดีพร้อมสำเนา 1 ชุด  ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 1 เดือน  นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผน  หากมอบให้บุคคลอื่นยื่นแทนต้องทำใบมอบอำนาจตามแบบพิมพ์  ฟ. 12 หรือ ฟ. 12/1 ของกรมบังคับคดี
- คำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการต้องประกอบด้วยบัญชีแสดงรายละเอียดแห่งทรัพย์สิน  และต้นฉบับหรือสำเนาฉบับรับรองสำเนาถูกต้องหลักฐานแห่งหนี้พร้อมสำเนา  1 ชุด
-เจ้าหนี้ต้องไปให้การสอบสวนและส่งเอกสารตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ
- เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้ยกคำขอรับชำระหนี้  หรืออนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน  หรือบางส่วนต่อศาลได้ภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
- เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
- เจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้ต้องไปร่วมประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนทุกครั้งเพื่อลงมติว่าจะยอมรับแผนของผู้ทำแผนหรือไม่  หากเจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจไม่ไปประชุมแต่ประสงค์จะลงมติพิจารณาแผนล่วงหน้าให้แจ้งความประสงค์ว่าจะยอมรับหรือไม่ยอมรับแผนหรืองดออกเสียง  โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของเจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจส่งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทางไปรษณีย์  ก่อนวันประชุมเจ้าหนี้
- เจ้าหนี้มีสิทธิคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตาม  ม. 90/42 ทวิวรรคสอง
- เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอแก้ไขแผนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
- เจ้าหนี้ต้องส่งสำเนาคำขอแก้ไขแผนให้แก่ผู้ทำแผนทราบล่วงหน้า  ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
-ในการพิจารณาแผนของศาล  ซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติพิเศษตาม  ม. 90/46 ยอมรับแผนแล้ว  เจ้าหนี้ฝ่ายออกเสียงข้างน้อยในการลงมติอาจจะยื่นข้อคัดค้านเสนอต่อศาลได้อีก


กรณีที่การฟื้นฟูกิจการไม่สำเร็จตามแผนและศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด
- เจ้าหนี้ซึ่งอาจมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการและเจ้าหนี้ในหนี้อื่นที่อาจขอรับชำระหนี้ได้จากมูลหนี้ที่ได้เกิดขึ้น  ตั้งแต่ศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ  ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามแบบพิมพ์ของกรมบังคับคดีต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
- หนี้จำนวนใดที่เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการและชำระค่าธรรมเนียมแล้ว  ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายสำหรับหนี้จำนวนนั้น
- หนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์, ผู้ทำแผน, ผู้บริหารแผนและผู้บริหารแผนชั่วคราวก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้  รวมทั้งหนี้ที่ลูกหนี้ก่อขึ้นโดยชอบตาม  ม. 90/12 (9) มิให้อยู่ภายใต้บังคับ  ม. 94 (2)
- หนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์, ผู้ทำแผน, ผู้บริหารแผนและผู้บริหารแผนชั่วคราวก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ให้จัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตาม  ม. 130 (2)


อัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ
- ค่ายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการสองร้อยบาทเว้นแต่เป็นคำขอของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  หรือเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ไม่เกินห้าหมื่นบาท  ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอรับชำระหนี้


ผลเมื่อศาลสั่งรับคำร้องขอ
1.ห้ามฟ้องร้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ ( ถ้ามีอยู่ก่อนต้องงดการพิจารณาคดีนั้นไว้ )
2.ห้ามนายทะเบียนสั่งให้ยกเลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้  และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น
3.ห้ามธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, กรมการประกันภัย  หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 90/4 (6) สั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้  หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ
4.ห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด  ห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย ( ถ้ามีอยู่ก่อนต้องงดการพิจารณาไว้ ) เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
5.ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้
6.ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้อง
7.ห้ามเจ้าหนี้ซึ่งบังคับชำระหนี้ได้เองตามกฎหมายยึด หรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้
8.ห้ามผู้ให้เช่าซื้อ ผู้ขาย  ผู้ให้เช่าติดตามเอาคืนทรัพย์สินที่เป็นสาระสำคัญในการดำเนินกิจการของลูกหนี้  หรือฟ้องร้องบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าว  และหนี้สินซึ่งเกิดจากสัญญาดังกล่าว  เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะสั่งเป็นอย่างอื่นหรือหลังจากศาลอนุญาตให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีการผิดนัดสองคราวติดต่อกันหรือกระทำผิดสัญญาในข้อสำคัญ
9.ห้ามลูกหนี้จำหน่าย  จ่ายโอน  ให้เช่า  ชำระหนี้  ก่อหนี้  หรือกระทำการใดๆที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินนอกจากที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปรกติของลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้  เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
10.คำสั่งชั่วคราวของศาลที่ให้ยึด อายัด  ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ของลูกหนี้หรือคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวให้ศาลที่รับคำร้องขอสั่งให้ระงับผลบังคับไว้หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้
11.ห้ามผู้ประกอบการสาธารณูปโภค  เช่น  ไฟฟ้า  ประปา  โทรศัพท์  งดให้บริการแก่ลูกหนี้  เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ   หรือหลังจากวันที่ศาลสั่งอนุญาตให้ฟื้นฟูกิจการแล้วไม่ชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นสองคราวติดต่อกัน
แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหนี้หรือบุคคลที่ถูกจำกัดสิทธิดังกล่าวข้างต้น  อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่รับคำร้องขอเพื่อให้มีคำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลง  หรือยกเลิกข้อจำกัดสิทธิของตนหรือให้ความคุ้มครองสิทธิแก่เจ้าหนี้มีประกันได้
นอกจากนี้การออกคำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท  นายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง  หรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับนิติบุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้  การทำนิติกรรมหรือการชำระหนี้ใดๆที่ขัดหรือแย้งกับข้อ 1-11 การนั้นเป็นโมฆะ ( กระทำภายหลังศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอแล้ว )

 

ภูริชญา  กันทะเนตร
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

 

 


 

 

 


 


Last Updated (Tuesday, 30 November 1999 00:00)
VALID CSS   |   VALID XHTML