Home Article บทความ เรตติ้งภาพยนตร์ ผ่าน ครม.แล้ว 17 กุมภาพันธ์ 2552

 

เรตติ้งภาพยนตร์ ผ่าน ครม.แล้ว 17 กุมภาพันธ์ 2552

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Tuesday, 10 March 2009 12:23
 

ผ่าน  ครม.แล้ว  ร่างกฎกระทรวงจัดเรตติ้งภาพยนตร์  คาดประกาศใช้พฤษภาคม 2552


     การประชุมคณะรัฐมนตรี   วันที่  17  กุมภาพันธ์ 2552  วาระหนึ่งที่น่าสนใจคือ  ครม.เห็นชอบในหลักการกฎกระทรวงประกอบพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์  พ.ศ.2551  ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ  รวม  4  ฉบับ ได้แก่

1.ร่างกฎกระทรวงอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์

2.ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดประเภทภาพยนตร์

3.ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจกรรมโรงภาพยนตร์  และ

4.ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์


     หลัง  ครม.มีมติเห็นชอบกฎกระทรวง  4  ฉบับดังกล่าว  ขั้นตอนต่อไปคือการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา  ก่อนส่งให้  ครม.พิจารณาอีกครั้งเพื่อประกาศใช้
     นายธีระ   สลักเพชร   รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม  (วธ.)  เปิดเผยว่า  ที่ประชุม   ครม.ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ประเภทของภาพยนตร์  หรือเรตติ้ง  ว่า  ในต่างประเทศมีการแบ่งเรตติ้งภาพยนตร์เพียง  5  เรตเท่านั้น  ทำไม  วธ.จึงได้แบ่งเรตติ้งออกเป็น  7  เรต  วธ.จึงชี้แจงสาเหตุที่เพิ่มหมวด  คือ  ภาพยนตร์ประเภทส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้ดู  เช่น  ภาพยนตร์ด้านศิลปวัฒนธรรม  ประเพณี  ขนบธรรมเนียมต่างๆ  เป็นต้น  และหมวดภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร  เช่น  ทำลายความมั่นคง  หมิ่นสถาบัน  เป็นต้น  เมื่อ  ครม.รับฟังก็ไม่มีข้อท้วงติง  ทั้งนี้  ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2552
     รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า   การกำหนดเรตติ้งภาพยนตร์  วธ.ได้พิจารณาร่วมกับนักวิชาการด้านภาพยนตร์  ผู้ประกอบการภาพยนตร์  และผู้กำกับการแสดง  ศึกษาอย่างรอบคอบ  นำแนวทางการจัดประเภทภาพยนตร์ของสิงคโปร์และอังกฤษมาพิจารณาประกอบ   จึงอยากให้พ่อแม่   ผู้ปกครอง   ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์   ช่วยกันแนะนำบุตรหลานของตนเองให้ชมภาพยนตร์อย่างเหมาะสม
     ทั้งนี้   เรตติ้งที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ   กำหนดไว้  7  ประเภท   ประกอบด้วย

1.ภาพยนตร์ประเภทส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้ดู   มีเนื้อหาส่งเสริมการศึกษา  จริยธรรม  ศิลปวัฒนธรรมของชาติ  ให้ความรู้ความเข้าใจการพัฒนาสังคม  ครอบครัว  และสร้างจิตสำนึกในเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2.ภาพยนตร์ประเภทเหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป  เนื้อหาต้องไม่มีเรื่องของเพศ  ภาษา  ที่มีความรุนแรง

3.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่  13  ปีขึ้นไป  จะไม่มีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงความรุนแรง  ทารุณโหดร้าย  ขาดมนุษยธรรม  น่ากลัว  ส่อไปในทางสยองขวัญ   ใช้คำหยาบคายลามก   พฤติกรรมทางเพศที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร   การสาธิตวิธีการก่ออาชญากรรมหรือใช้อาวุธ   ใช้สิ่งเสพติดให้โทษที่ไม่เหมาะสม   อันเป็นเหตุชักจูงให้เกิดอาชญากรรมต่อสังคม  และไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับลัทธิหรือคำสั่งสอนที่ขัดต่อความเรียบร้อย  ชักจูงให้เด็กและเยาวชนหลงเชื่อ

4.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมแก่ผู้มีอายุตั้งแต่  15  ปีขึ้นไป  มีเนื้อหาเหมือนกับประเภทอายุ   13  ปีขึ้นไป  แต่อาจมีภาพ  เสียง  เนื้อหาที่แสดงให้เห็นพฤติกรรมหรือภาษาที่ไม่เหมาะสม  และต้องใช้วิจารญาณในการดู

5.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่  18  ปีขึ้นไป   ไม่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่เปิดเผยอวัยวะเพศ   สาธิตวิธีการก่ออาชญากรรม  และวิธีการใช้สิ่งเสพติด

6.ภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า  20  ปีดู  จะมีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงการมีเพศสัมพันธ์  การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองหรือผู้อื่น  แต่ต้องไม่แสดงให้เห็นอวัยวะเพศ  มีเนื้อหาสาธิตวิธีการก่ออาชญากรรม  ใช้สิ่งเสพติดได้

7.ภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร  มีเนื้อหาหมิ่นต่อสถาบัน  ทำลายความมั่นคงของประเทศ  ก่อให้แตกความสามัคคี  เหยียดหยามศาสนา  ไม่เคารพต่อปูชนียบุคคล  ขัดต่อศีลธรรม   วัฒนธรรม  และมีเนื้อหาที่แสดงถึงการมีเพศสัมพันธ์  เห็นอวัยวะเพศในลักษณะลามกอนาจาร.


Last Updated (Tuesday, 10 March 2009 12:30)
VALID CSS   |   VALID XHTML