การตรวจลงตราสำหรับการเข้ามาเพื่อติดต่อธุรกิจ ใช้ได้หลายครั้งภายใน 3 ปี (Three-Year Non-Immigrant Visa  “B” )

คนต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อติดต่อธุรกิจ และจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาบ่อยครั้ง สามารถขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส B ใช้เดินทางเข้าประเทศไทยได้หลายครั้ง อายุ 3 ปี  (Three-Year Non-Immigrant Visa “B” )
คนต่างชาติที่ได้รับการตรวจลงตราประเภทดังกล่าวสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้หลายครั้ง ภายใน 3 ปี และพำนักได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน  ทั้งนี้ ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย

 1.  สถานที่ยื่นคำร้องขอรับการตรวจลงตรา
     คนต่างชาติที่ประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราประเภท Three-Year Non-Immigrant Visa  รหัส “B”  สามารถยื่นคำร้องขอรับการตรวจลงตราได้ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยซึ่งตั้งอยู่ในประเทศที่ผู้ขอรับการตรวจลงตรามีถิ่นพำนักเท่านั้น  หรือหากไม่มีสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยตั้งอยู่ในประเทศที่ผู้ขอรับการตรวจลงตรามีถิ่นพำนัก  ให้ยื่นคำร้องได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยที่ดูแลประเทศดังกล่าว  ทั้งนี้ ไม่สามารถยื่นคำร้องขอรับการตรวจลงตราที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทย ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ตรวจลงตราประเภทดังกล่าว
      หากประสงค์จะสอบถามเกี่ยวกับสถานที่ยื่นคำร้องฯ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการขอรับการตรวจลงตราประเภท Three-Year Non-Immigrant Visa  “B”  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุลใหญ่ของไทย  สำหรับที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ดูได้จาก
www.mfa.go.th/web/10.php

 2.  เอกสารประกอบการยื่นคำร้องฯ
     -  แบบฟอร์มคำร้องขอรับการตรวจลงตราซึ่งกรอกข้อความครบถ้วนสมบูรณ์
     -  หนังสือเดินทางซึ่งมีอายุการใช้เดินทางที่เพียงพอ
     -  รูปถ่ายซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
     -  เอกสารประจำตัว เช่น บัตรประชาชน เอกสารแสดงการมีถิ่นพำนัก
     -  หลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของผู้ขอรับการตรวจลงตรา เช่น ใบรับรองการทำงานจากสถานที่ทำงาน  หรือในกรณีที่มีธุรกิจของตนเอง ให้แสดงหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของตน
     -  หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกหอการค้า สมาคมทางธุรกิจ หรือสถาบันอื่นที่เทียบเท่าของประเทศนั้น ๆ
     -  หลักฐานแสดงว่ามีการติดต่อธุรกิจในประเทศไทยเป็นประจำ เช่น อาจแสดงหนังสือรับรองหรือหลักฐานการติดต่อธุรกิจกับบริษัทหรือหน่วยงานในประเทศไทย พร้อมทั้งแสดงเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับบริษัทดังกล่าว (เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายละเอียดการดำเนินกิจการของบริษัท รายการภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้า ภ.ง.ด.50  ภ.ง.ด.30  ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20  งบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของบริษัท  แผนที่ที่ตั้งบริษัท เป็นต้น )
      ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในแต่ละประเทศอาจขอรับเอกสารประกอบอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา

 3.  ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา       10,000  บาท

หมายเหตุ    -   การพิจารณาตรวจลงตราขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่
                   -   ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราที่จ่ายให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่แล้วไม่สามารถขอรับคืนได้

 

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สภาทนาย

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานอัยการสูงสุด

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ