หนังสือค้ำประกัน

 

วันที่………..เดือน…………..พ.ศ…………….

ข้าพเจ้า……(ผู้ค้ำประกัน)….อายุ………ปี สัญชาติ………… อยู่เลขที่……..ขอทำหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับนี้ไว้ให้แก่……... ………………ดังมีข้อความต่อไปนี้ตามที่……………(ลูกหนี้)……………………ซึ่งต้องการหลักประกันจำนวนเงิน…………………..บาท (…………………)ให้กับ….....…………(เจ้าหนี้)………ข้าพเจ้ายอมผูกพันตนโดยไม่มีเงื่อนไขที่จะค้ำประกัน ชนิดเพิกถอนไม่ได้เช่นเดียวกับลูกหนี้ในการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องของ……………(เจ้าหนี้)……………….ในกรณีที่……………(ลูกหนี้)……………ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอันเป็นเหตุให้…………(เจ้าหนี้)…………มีสิทธิ์ริบหลักประกัน      หรือชดใช้ค่าเสียหายใดรวมทั้งกรณีที่……………………….(ลูกหนี้)………………โดยข้าพเจ้าจะไม่อ้างสิทธิใด ๆ เพื่อโต้แย้ง และ……………(เจ้าหนี้).........ชำระหนี้ก่อน
หนังสือค้ำประกันฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่……………………….ถึงวันที่………(โดยไม่มีกำหนด)…………และข้าพเจ้าไม่เพิกถอนการค้ำประกันนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้   ในกรณีที่…………….(เจ้าหนี้)…………..ยินยอมที่จะขยายระยะเวลาการค้ำประกันออกไป ข้าพเจ้ายินยอมที่จะขยายระยะเวลาออกไปตราบเท่าที่ลูกหนี้จะได้ปฏิบัติหน้าที่สำเร็จลุล่วงไป

ข้าพเจ้า ลงนาม/ประทับตราสำคัญไว้ต่อหน้าพยาน

 

ลงชื่อ…………………………..ผู้ค้ำประกัน

(………………………………)

ลงชื่อ…………………………..ผู้ค้ำประกัน

(………………………………)

ลงชื่อ…………………………..ผู้ค้ำประกัน

(………………………………)

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                                    สัญญาค้ำประกัน

ทำที่..........................
วันที่.............................

ข้าพเจ้า…………………ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่………………ซึ่งออกให้ ณ ………………เมื่อวันที่…..เดือน………พ.ศ... .....อยู่บ้านเลขที่………หมู่ที่……ตรอก/ซอย……………ถนน……………แขวง/ตำบล…………เขต/อำเภอ......…จังหวัด………..ขอทำหนังสือนี้ให้ไว้กับ………………………..(ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้ยืม” มีข้อความสำคัญว่า  ตามที่………………………(ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ยืม”) ได้ทำสัญญายืมตู้เย็นสแตนเลส ตามสัญญายืมตู้เย็นฉบับลงวันที่………….เดือน………………พ.ศ………………นั้น    ข้าพเจ้าขอผูกพันตนเองเข้าค้ำประกันผู้ยืม ในการปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว หากผู้ยืมประพฤติผิดนัดผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ข้าพเจ้ายอมร่วมกับผู้ยืมรับผิดชำระค่าเสียหาย ค่าทดแทน ค่ารักษาซ่อมแซม ค่าติดตามเอาคืน และค่าใช้จ่ายทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์ที่ให้ยืม โดยข้าพเจ้าขอรับผิดต่อผู้ให้ยืมเป็นลูกหนี้ข้างต้น และยอมให้ผู้ให้ยืมผ่อนเวลาให้กับผู้ยืมโดยไม่ต้องแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบ

เพื่อเป็นหลักฐาน ข้าพเจ้าจึงลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ

 

ลงชื่อ………………………...……ผู้ค้ำประกัน

(…………………………………)

ลงชื่อ………………………...……พยาน

(…………………………………)

ลงชื่อ………………………...……พยาน

(…………………………………)

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

                                                                     สัญญาเช่าลิขสิทธิ์

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง…………….โดย……………….. ผู้มีอำนาจกระทำการแทน/กรรมการ/ผู้รับมอบอำนาจ สำนักงานตั้งอยู่ ณ……………. ตรอก/ซอย………..ถนน…………..ตำบล/แขวง……………อำเภอ/เขต…………….จังหวัด…………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้เช่าสิทธิ์” ฝ่ายหนึ่ง กับ…………………..อายุ…………ปี อยู่บ้านเลขที่……………ตรอก/ซอย…………….. ถนน………………ตำบล/แขวง……………..อำเภอ/เขต………….จังหวัด…………. ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “เจ้าของ” ฝ่ายหนึ่ง   คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญาดังมีข้อความต่อไปนี้

ข้อ1.เจ้าของตกลงให้เช่าและผู้เช่าตกลงเช่าลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมเรื่อง…………………. เพื่อให้ผู้เช่านำออกโฆษณา โดยการพิมพ์จัดจำหน่ายทั้งสิ้น………………ครั้ง ครั้งละ…………………เล่ม ทั้งนี้ ต้องไม่เกินระยะเวลาสำหรับการเช่าตามสัญญาฉบับนี้ทั้งสิ้น……………….ปี

ข้อ2.ผู้เช่าตกลงจะให้ค่าตอบแทนงานดังกล่าวแก่เจ้าของเป็นจำนวนร้อยละ……………ของราคาหน้าปกหนังสือเล่มนี้คูณด้วยจำนวนพิมพ์ดังกล่าวในข้อ 1 (……………... %) ราคาปก (………….…) จำนวนที่พิมพ์ในหนึ่งครั้ง)

ข้อ3.รับรองว่าตนเป็นกรรมสิทธิ์เหนืองานวรรณกรรมดังกล่าวในข้อ 1 อย่างแท้จริง และในกรณีที่มีข้อขัดแย้งในปัญหาลิขสิทธิ์เหนือวีรกรรมดังกล่าวระหว่างเจ้าของกับบุคคลภายนอกก็ดี หรือระหว่างผู้เช่ากับบุคคลภายนอกก็ดี หรือมีเหตุข้อขัดแย้งอื่นๆ เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เหนืองานวรรณกรรมก็ดี อันเป็นเหตุให้ผู้เช่าไม่สามารถนำเอางานวรรณกรรมนี้ออกพิมพ์โฆษณาได้เจ้าของจะเป็นผู้รับผิดชอบและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เช่าลิขสิทธิ์ในความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น

ข้อ4.เจ้าของลิขสิทธิ์มีหน้าที่ตรวจแก้ต้นฉบับตลอดจนการตรวจพิสูจน์อักษรในการพิมพ์แต่ละครั้งให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ โดยไม่คิดมูลค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น

ข้อ5.เจ้าของลิขสิทธิ์ว่าจะไม่นำวรรณกรรมดังกล่าวในข้อ 1 ออกพิมพ์โฆษณาแข่งขันกับผู้เช่าลิขสิทธิ์ไม่ว่าด้วยตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่งานวรรณกรรมที่ผู้เช่าลิขสิทธิ์นำออกโฆษณานั้นได้จำหน่ายหมดแล้วหรือเกินกว่ากำหนดตามระยะเวลาในสัญญาฉบับนี้

ข้อ6.เจ้าของลิขสิทธิ์ตกลงยินยอมให้ผู้เช่าลิขสิทธิ์มีสิทธิบรรณาธิกรงานนั้น กำหนดขนาดและลักษณะรูปร่างงานได้ตามที่เห็นสมควร

ข้อ7.ถ้าเจ้าของกระทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด เจ้าของยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เช่าลิขสิทธิ์ผู้เช่าลิขสิทธิ์โดยสิ้นเชิง

ข้อ8.ในกรณีที่คู่สมรสได้ทำสัญญากันแล้ว แต่ผู้เช่าลิขสิทธิ์จะไม่พิมพ์งานวรรณกรรมดังกล่าวในข้อ 1 ผู้เช่าลิขสิทธิ์บอกเลิกสัญญานี้ได้ โดยมีหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า…………วัน นับแต่ที่ได้รับเอางานวรรณกรรมต้นฉบับจากเจ้าของไปแล้วในกรณีดังกล่าวผู้เช่าลิขสิทธิ์จะไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น

ข้อ9.ในกรณีที่ผู้เช่าลิขสิทธิ์ได้พิมพ์งานวรรณกรรมดังกล่าวแล้ว และไม่ประสงค์จะวางหนังสือออกจำหน่ายด้วยเหตุใดๆ ก็ตามผู้เช่าลิขสิทธิ์จะบอกเลิกสัญญาหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้เช่าลิขสิทธิ์ไม่บอกเลิกสัญญาดังกล่าวและหนังสือดังกล่าวังไม่สามารถนำออกจำหน่ายได้ภายในระยะเวลาเกิน……………ปีนับแต่วันทำสัญญาฉบับนี้เจ้ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้เช่าลิขสิทธิ์ให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า………….วัน ในกรณีนี้เจ้าของจะเรียกค่าตอบแทน ค่าเสียหาย หรือค่าป่วยการใดๆ จากผู้เช่าลิขสิทธิ์ไม่ได้ทั้งสิ้นและในระหว่างที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่เจ้าของจะนำงานวรรณกรรมนี้ออกพิมพ์โฆษณาไม่ได้
อนึ่ง  หนังสือที่พิมพ์แต่มิได้นำออกวางจำหน่ายในวรรคแรก คู่สัญญายินยอมให้หนังสือดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่าลิขสิทธิ์ แต่ถ้าได้นำออกวางจำหน่ายในกรณีที่ไม่ได้มีการบอกเลิกสัญญาเจ้าของมีสิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนตามสัญญาฉบับนี้

สัญญานี้ถูกทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจดีแล้วจึงลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) ไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ

 

ลงชื่อ………………………………………เจ้าของ

(………………………………………)

ลงชื่อ………………………………………ผู้เช่าลิขสิทธิ์

(………………………………………)

ลงชื่อ………………………………………พยาน

(………………………………………)

ลงชื่อ………………………………………พยาน

(………………………………………)

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                         สัญญาเช่าที่ดินเพื่อทำประโยชน์

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ บ้านเลขที่ ……ถนน…………ตำบล/แขวง…….....อำเภอ/เขต………....จังหวัด……….....เมื่อวันที่…….ระหว่าง…………….…….อายุ…………ปีอยู่บ้านเลขที่……………จังหวัด………………ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่…………………..ออกให้ณ  ……………………….เมื่อวันที่……………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ให้เช่า" ฝ่ายหนึ่งกับ…..………..อายุ……………ปีอยู่บ้านเลขที่……………….ถนน……………….ตำบล/แขวง………………อำเภอ/เขต………………จังหวัด…………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้เช่า"   อีกฝ่ายหนึ่ง    คู่สัญญาทั้งสองได้ตกลงกันทำสัญญาฉบับนี้ขึ้นดังมีข้อความต่อไปนี้

ข้อ1.ผู้ให้เช่าขอยืนยันว่าเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ ………………………หน้าที่สำรวจ……………ตำบล……………อำเภอ…………….จังหวัด……………….จำนวนเนื้อที่ดิน………………ตารางวา   และที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินซึ่งปลอดจากสิทธิและภาระผูกพันใด  ๆ  ทั้งสิ้น

ข้อ2.ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่า   และผู้เช่าตกลงเช่าที่ดินดังกล่าวในข้อ 1.  มีกำหนดระยะเวลาการเช่ายี่สิบเจ็ดปี  นับแต่วันจดทะเบียนการเช่าตามสัญญานี้   เพื่อผู้เช่าเข้าทำประโยชน์โดยตรงในที่ดินของ   ผู้ให้เช่าได้ทุกประการ  ไม่ว่าผู้เช่าจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือใช้ทำประโยชน์อย่างใด  รวมตลอดถึงการที่     ผู้เช่าปลูกสร้างอาคาร  สิ่งปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่าด้วย
ข้อ3.ผู้เช่าตกลงส่งมอบการครอบครองที่ดินในข้อ 1.  ให้แก่ผู้เช่าในวันที่…………………และในวันเดียวกันนี้คู่สัญญาจะนำสัญญานี้ไปจดทะเบียนการเช่า ณ………………โดยผู้เช่ายอมเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนการเช่าแต่เพียงฝ่ายเดียว

ข้อ4.ผู้เช่าตกลงชำระค่าเช่าให้ผู้ให้เช่าเป็นรายเดือนในอัตราค่าเช่าเดือนละ……………. บาท       (……………)   โดยภายในเวลาหนึ่งปีแรกของระยะเวลาการเช่าให้เช่าตกลงยอมให้ผู้เช่าไม่ต้องชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าแต่อย่างใด   ดังนั้น ผู้เช่าจึงเริ่มต้นชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าครั้งแรก เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับจากวันจดทะเบียนการเช่าไปแล้ว

ข้อ5.ในระหว่างระยะเวลาการเช่าตามสัญญานี้เวลาหนึ่งเวลาใด  ถ้าผู้เช่าจะทำการปลูกสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่าโดยค่าใช้จ่าย   และทุนทรัพย์ของผู้เช่าเองผู้ให้เช่าตกลงยินยอมอนุญาตให้ผู้เช่ายื่นแบบเรื่องราวขออนุญาตปลูกสร้างอาคารและขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปา  ไฟฟ้า  ต่อทางหน่วยราชการได้   จะเป็นโดยในนามของผู้ให้เช่าหรือในนามของผู้เช่าเองก็ตาม   ผู้ให้เช่าตกลงว่าผู้ให้เช่าจะให้ความสะดวกและให้ความร่วมมือลงชื่อในเอกสารทุกฉบับที่ต้องใช้ในการยื่นแบบเรื่องราวขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร  และขอติดตั้งมิเตอร์   ประปา  ไฟฟ้า  ในทันทีที่ผู้เช่าส่งเอกสารดังกล่าวมาให้     ผู้ให้เช่าทุกครั้งไป

ข้อ6.คู่สัญญาตกลงว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเช่าตามสัญญานี้แล้ว อาคารสิ่งปลูกสร้างที่ผู้ให้เช่าออกให้เช่าช่วง   หรือโอนให้บุคคลอื่นเช่าต่อไปได้ตลอดระยะเวลาการเช่าที่กำหนดไว้ในสัญญานี้

7.ผู้ให้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่านำที่ดินของผู้ให้เช่า หรืออาคาร    สิ่งปลูกสร้างที่ผู้เช่าปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่าออกให้เช่าช่วง   หรือโอนให้บุคคลอื่นเช่าต่อไปได้ตลอดระยะเวลาการเช่าที่กำหนดไว้ในสัญญานี้

ข้อ8.ผู้ให้เช่าตกลงว่า ในกรณีที่ผู้เช่านำที่ดินของผู้ให้เช่า หรืออาคาร   สิ่งปลูกสร้าง ที่ผู้เช่าปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่า ออกให้เช่าช่วงหรือโอนให้บุคคลอื่นเช่าต่อไปแล้ว บรรดาเงินแป๊ะเจี๊ยะ ค่าเช่าหรือค่าตอบแทน ในทำนองเดียวกัน   ที่ผู้เช่าเรียกเก็บจากผู้เช่าช่วง หรือบุคคลอื่นนั้น ให้ผู้เช่าเป็นผู้กำหนดได้เองและตกเป็นของผู้เช่าทั้งสิ้น

ข้อ9.ในระหว่างระยะเวลาการเช่า   หากผู้เช่ามีความประสงค์จะทำการซ่อมแซมแก้ไข   ดัดแปลงอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ที่ผู้เช่าปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่า หรือทำการปลูกสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมลงในที่ดินของผู้ให้เช่าแล้ว ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าทำได้และผู้ให้เช่าจะไม่ถือว่า       ผู้เช่าปฏิบัตินอกเหนือเกินเลยไปกว่าขอบเขตหรือวัตถุประสงค์แห่งสัญญานี้เป็นอันขาด

ข้อ10.ผู้ให้เช่าสัญญาว่า ผู้เช่าจะดูแลรักษาทรัพย์สินที่เช่าเหมือนหนึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เช่าเองและจะให้ความสะดวกแก่ผู้ให้เช่าในการตรวจตราทรัพย์ที่เช่าตามสมควร

ข้อ11.เมื่อผู้เช่าผิดนัดสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ข้อหนึ่งข้อใด   ผู้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่าใช้สิทธิบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติตามสัญญานี้   หรือบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ตามความเป็นจริงในทางกลับกัน   ถ้าผู้ให้เช่าผิดนัดผิดสัญญา   หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่าใช้สิทธิบอกกล่าวให้ผู้ให้เช่าปฏิบัติตามสัญญานี้ หรือบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ตามเป็นความจริงเช่นกัน

สัญญานี้ได้ทำขึ้นเป็นสามฉบับ ๆ ละสองหน้ามีข้อความอย่างเดียวกัน   คู่สัญญาต่างเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับและคู่สัญญาได้มอบไว้  ณ  …………………อีกหนึ่งฉบับ   คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจข้อความในสัญญานี้ดีแล้ว    เพื่อเป็นหลักฐานจึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานในวันเดือนปีที่กล่าวข้างต้น

 

ลงชื่อ……………………….……………….ผู้ให้เช่า

(………………..…………………….)

ลงชื่อ………………………………………..ผู้เช่า


ลงชื่อ……………………………………….พยาน

(………………………………..…….)

ลงชื่อ………………………………………..พยาน

(………………………………………)

(…………………………………..)  ทั้งนี้  ผู้เช่ารับว่าจะเป็นฝ่ายนำค่าเช่าทรัพย์สินจำนวนดังกล่าวไป
ชำระให้แก่ผู้ให้เช่า   ณ  ภูมิลำเนาของผู้ให้เช่าภายในวันที่………….ของทุกเดือน   โดยเริ่มตั้งเดือน…….
………………………..เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สัญญาเช่า

 

ทำที่……………………………………………
วันที่ ………………… ……………..……………

 

สัญญาเช่าฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง……………………………………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้ให้เช่า”   ฝ่ายหนึ่ง กับ …………………...…………………อยู่บ้านเลขที่…..……………... ซอย………………………ถนน………………. แขวง………….……….เขต……………………….จังหวัด……………………………ถือบัตรประชาชนเลขที่ ……………………………………………...ออกให้ ณ …………………….………………เมื่อวันที่…………………………………………………ซึ่งต่อไปในสัญญาจะเรียกว่า “ผู้เช่า” อีกฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตดลงทำสัญญากันโดยมีเงื่อนไขและรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข้อ  1.  ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่าและผู้เช่าตกลงเช่าตึกแถวจำนวนหนึ่งห้อง   คือห้องเลขที่…………..ตรอก…………………………แขวง…………………………เขต…………………………………จังหวัด.....................  เพื่อประโยชน์ในการที่ผู้เช่าอยู่อาศัยหรือประกอบการค้าที่ไม่จัดเข้าเป็นประเภทอุตสาหกรรมตาม กฎหมาย   โดยกำหนดระยะเวลาการเช่ากันไว้เป็นเวลาหนึ่งปี  เริ่มตั้งแต่วันที่…………. ถึงวันที่…………………………..

ข้อ  2.  ผู้เช่าตกลงชำระเงินค่าเช่าให้ผู้ให้เช่าเป็นรายเดือน   โดยกำหนดชำระภายในวันที่ 5 ของแต่ละเดือนทุกเดือน   ในอัตราเช่าหกเดือนแรกของระยะเวลาการเช่าเดือนละหนึ่งหมื่นบาทถ้วน และหกเดือนต่อไปเดือนละ ……………………………….บาท (……………………………………)

ข้อ  3.  การชำระค่าเช่านั้น ผู้เช่าจะต้องนำเงินค่าเช่าไปชำระกับผู้ให้เช่า ณ ภูมินำเลาของผู้ให้เช่าและการที่ให้เช่าหรือตัวแทนผู้ให้เช่าไปเก็บเงินค่าเช่ากับผู้เช่า   ย่อมไม่ลบล้างหน้าที่ของผู้เช่าดังกล่าว

ข้อ  4.  ตลอดระยะเวลาการเช่าตามสัญญานี้ ผู้เช่าต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือบุบสลายของสาย-เครื่องโทรศัพท์    หมายเลข …………………………..กับหมายเลข…………………………..ที่ติดตั้งอยู่ในตักแถวที่เช่า  และผู้เช่าต้องชำระค่าน้ำประปา  ค่าไฟฟ้า  ค่าโทรศัพท์ทั้งสองหมายเลข        ดังกล่าวเองในกรณีที่สาย-เครื่องโทรศัพท์ทั้งสองหมายเลขเดเสียหายบุบสลายก็ดี หรือผู้เช่าติดค้างค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าโทรศัพท์ทั้งสองหมายเลขก็ดี ผู้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่าเรียกเก็บหรือหักทอนเงิน สำหรับค่าเสียหาย ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าโทรศัพท์ทั้งสองหมายเลข เอากับผู้เช่าได้ทันที
อนึ่ง  ผู้เช่าตกลงว่าจะนำหรือส่งใบเสร็จค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า  ค่าเช่าโทรศัพท์ทั้งสองหมายเลขมาให้ผู้ให้เช่าทุก ๆ  เดือน

ข้อ  5.  ใบเสร็จค่าเช่าที่มูลนิธิเล็กโกเมศออกให้เพราะเก็บค่าเช่าจากตึกแถวตามสัญญานี้ผู้เช่าตกลงว่าจะนำ หรือส่งใบเสร็จดังกล่าว มาให้ผู้ให้เช่าทุก ๆ   เดือนด้วยเช่นกัน

ข้อ  6.  ผู้เช่าเป็นผู้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและค่าภาษีที่ดินแทนผู้ให้เช่า

ข้อ  7.  ผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอย่างนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 1   แห่งสัญญานี้ได้โดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า แต่ผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอันไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ข้อ  8.  ผู้เช่าต้องรักษาดูแลทรัพย์สินที่เช่าเสมือนทรัพย์ของตนเอง และต้องรักษาความสะอาดตลอดจนความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายทุกประการ

ข้อ  9.  ผู้เช่าจะโอนสิทธิการเช่าตามสัญญานี้ หรือจะนำทรัพย์สินที่เช่าไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงไม่ได้เว้นแต่ผู้เช่าได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือแล้ว

ข้อ  10.  ผู้เช่าจะดัดแปลงต่อเติมเปลี่ยนแปลงหรือรื้อถอนทรัพย์สินที่เช่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า

ข้อ  11.   ผู้เช่าต้องรับผิดชอบในบรรดาความเสียหายหรือบุบสลายใด ๆ อันเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่า เพราะความผิดของผู้เช่าหรือเช่าช่วงหรือบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่า หรือบุคคลที่จัดเข้าเป็นบริวารของผู้เช่า

ข้อ  12.   ผู้เช่าต้องอำนวยความสะดวกแก่ผู้ให้เช่า หรือตัวแทนผู้ให้เช่าในการตรวจตราทรัพย์สินที่เช่าทุกครั้งไป

ข้อ  13.  การเช่าตามสัญญานี้ย่อมสิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาเมื่อ   ปรากฏว่าทรัพย์สินที่เช่าพินาศโดยสิ้นเชิงหรือเป็นส่วนใหญ่เพราะอัคคีภัยหรือวินาศภัยอื่นใด

ข้อ  14.   ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนดในข้อ 2.  ผู้ให้เช่าย่อมทรงสิทธิไว้ในการกลับเข้าครอบครองตึกแถวที่เช่าตามสัญญานี้ได้โดยพลัน   และผู้เช่าย่อมให้ผู้ให้เช่าย้ายบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้เช่าออกไปจากตึกแถวที่เช่าตามสัญญานี้ได้อีกด้วย

ข้อ  15.  ผู้ให้เช่าย่อมใช้สิทธิบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติตามสัญญานี้ หรือบอกเลิกสัญญานี้หรือเรียกค่าเสียหายกับผู้ให้เช่าได้ทันที เมื่อปรากฏว่าผู้เช่าผิดสัญญาตามสัญญานี้ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อรวมกัน

ข้อ  16.  ผู้เช่ายอมชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี   ของยอดเงินค่าเช่าที่ค้างชำระผู้ให้เช่าหรือค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าเรียกเอาจากผู้เช่าได้ ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ   ที่ผู้ให้เช่าต้องเสียไปเพื่อการทวงถามให้ชำระเงินค่าเช่าอีกด้วย

ข้อ  17.  ผู้เช่าต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารของผู้เช่าและส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืนให้แก่ผู้เช่าในสภาพปกติทันทีเมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลงหือเลิกกัน   หากผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามความในข้อนี้เช่ายอมชดใช้ค่าปรับให้แก่ผู้เช่าในอัตราวันละ …………….บาท (……………………………)   นับแต่วันที่สัญญาเช่านี้เลิกกันหรือสัญญาเช่านี้สิ้นสุดลง จนกว่าจะมีการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืนให้แก่ผู้ให้เช่าแล้ว


ข้อ  18.  ในวันทำสัญญาที่ผู้เช่าได้ตรวจตราทรัพย์สินที่เช่าแล้ว เห็นว่ามีสภาพปกติดีทุกประการและผู้ให้เช่าได้ส่งทรัพย์สินที่เช่าให้แก่ผู้เช่าแล้ว คู่สัญญาเห็นว่าถูกต้องตามเจตนาแห่งตน และทั้งสองฝ่ายเข้าใจข้อความแห่งสัญญานี้ทั้งหมดดีแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานสำคัญต่อหนจ้าพยาน และต่างฝ่ายต่างยึดไว้ฝ่ายละฉบับ

 

 

ลงชื่อ……………………………………ผู้ให้เช่า           ลงชื่อ…………………………………….ผู้เช่า

(……………………………………)                             (……………………………………)

 

ลงชื่อ……………………………………พยาน              ลงชื่อ……………………………………พยาน

(……………………………………)                           (……………………………………)

 

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สภาทนาย

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานอัยการสูงสุด

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ