หนังสือสัญญานายหน้า

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่......เดือน..........พ.ศ...........ณ ที่บ้านเลขที่.........ถนน..........ซอย...........แขวง...........เขต...........กรุงเทพมหานคร ระหว่าง ข้าพเจ้า........................อายุ.........ปี อยู่ที่บ้านเลขที่..........ถนน...............ซอย.............แขวง...........เขต................จังหวัด.............ซึ่งต่อไปสัญญานี้เรียกว่าผู้ให้สัญญาฝ่ายหนึ่งกับ ข้าพเจ้า.. .............อายุ.....ปี อยู่ที่บ้านเลขที่.........ถนน............ซอย.............แขวง.............เขต...........จังหวัด...............ซึ่งต่อไปสัญญานี้เรียกว่านายหน้า อีกฝ่ายหนึ่ง   คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันทำสัญญา  มีข้อความดังจะกล่าวต่อไปนี้

ข้อ1.นายหน้า ตกลง จะทำหน้าที่เป็นนายหน้า ให้กับ ผู้ให้สัญญา ซึ้งเป็นเจ้าของ...........................โดยมีความประสงค์จะขายทรัพย์ดังกล่าว

ข้อ2.นายหน้าตกลงจะเป็นผู้ติดต่อหาผู้ซื้อทรัพย์สินดังกล่าว     ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ให้สัญญาได้เข้าทำสัญญา  กับผู้ซื้อจนเสร็จ

ข้อ3.หากผู้ให้สัญญาสามารถขายทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นได้  เนื่องจากผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการให้ผู้ให้สัญญาได้ขายทรัพย์ ได้ในราคาไม่ต่ำกว่า...................บาท  ผู้ให้สัญญาตกลงจ่ายเงินค่านายหน้าให้เป็นเงิน....................บาท (.........................)  โดยตกลงจะชำระเป็นงวด ๆ ดังนี้
ก.ในวันที่มีการทำสัญญาจะซื้อจะขาย จะจ่ายให้เป็นเงิน....................บาท หรือตามอัตรา.............เปอร์เซ็นต์ของจำนวนมัดจำที่ผู้ซื้อได้ชำระให้
ข. ในวันที่ผู้ให้สัญญาได้รับเงินครบถ้วนจากผู้ซื้อ  ส่วนที่ยังค้างอยู่ทั้งหมด
ค. ในกรณีที่มีการจดทะเบียนซื้อขายกัน และ ผู้ให้สัญญา ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อครบถ้วนผู้ให้สัญญา จะชำระค่านายหน้าทันที่ หรือ ภายในสองวัน ในกรณีที่ผู้ซื้อชำระเป็นแคชเชียร์เช็คหรือดร๊าฟ

ข้อ4.ในกรณีที่ นายหน้า ได้ค่านายหน้า จากผู้ซื้อ ผู้ให้สัญญาไม่ต้องชำระค่านายหน้า

ข้อ5.ในกรณีที่นายหน้าสามารถขายทรัพย์ได้เกินหรือสูงไปกว่าที่ตกลงในสัญญานี้ ผู้ให้สัญญาตกลงให้จำนวนเงินส่วนที่เกินเป็นของนายหน้า โดยนายหน้าจะเป็นผู้รับผิดชอบมีภาระเป็นผู้เสียภาษีอากรค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และค่าธรรมเนียม ต่างๆ เกี่ยวกับการโอนเฉพาะส่วนที่เกินซึ่งนายหน้าเป็นผู้ได้รับเงิน

ข้อ6.ผู้ให้สัญญาตกลงจะให้ค่าใช้จ่ายแก่นายหน้า เท่าที่จำเป็นสำหรับในกรณีที่หาผู้ซื้อมาทำสัญญาซื้อทรัพย์สำเร็จ เป็นเงินอีก....................บาท(.......................)

ข้อ7.สัญญาฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่......เดือน..........พ.ศ.......จนถึงวันที่.....เดือน............พ.ศ..........หากนายหน้ายังไม่สามารถหาผู้ซื้อ มาทำสัญญาซื้อขายได้สำเร็จ  ให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันเลิกกันโดยไม่จำต้องบอกกล่าว

ข้อ8.ในกรณีที่นายหน้าทำหน้าที่ผิดสัญญานายหน้า ทำให้ผู้ให้สัญญาเสียหายผู้ให้สัญญามีสิทธิบอกเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายจากนายหน้าได้อีก

ข้อ9.ในกรณีที่ผู้ให้สัญญาผิดสัญญาไม่ยอมขายทรัพย์ เมื่อนายหน้าได้ชี้ช่องและจัดการให้ได้เข้าทำสัญญาแล้ว ผู้ให้สัญญา ตกลงยอมชำระเงินให้กับนายหน้าตามสัญญานี้เว้นแต่ในกรณี ทรัพย์ที่ขายถูกทางราชการเวณคืน หรือมีคำสั่งศาลห้ามจำหน่ายอันมิใช่เป็นความผิดของผู้ให้สัญญา

สัญญานี้ทำขึ้นเป็น...............ฉบับ มีข้อความตรงกัน  คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจดีตลอดแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

 

ลงชื่อ..............................................................ผู้ให้สัญญา

(                                                                     )


ลงชื่อ..............................................................นายหน้า

(                                                                   )


ลงชื่อ..............................................................พยาน

(                                                                  )


ลงชื่อ..............................................................พยาน

(                                                                  )

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

                                                          หนังสือสัญญาตั้งตัวแทนทำการจัดสรรที่ดิน

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่…………………ณ เลขที่………………ระหว่างข้าพเจ้า………………อยู่บ้านเลขที่………ถนน…………ซอย………………ตำบล……………………อำเภอ………………….จังหวัด………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า  ตัวการ  หรือเจ้าของ ฝ่ายหนึ่งกับข้าพเจ้า บริษัท……………….จำกัดโดย…………………กรรมการผู้มีอำนาจ  สำนักงานตั้งอยู่เลขที่…………ถนน……………ตรอก/ซอย……………อำเภอ…………….จังหวัด…………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า ตัวแทนอีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันมีข้อความดังต่อไปนี้

ข้อ1.ตัวการหรือเจ้าของ  ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่……………เลขที่ดิน…………ตำบล……………อำเภอ………จังหวัด…………เนื้อที่ดินประมาณ………..ไร่…..……..งาน……………ตารางวา   ขอมอบอำนาจให้บริษัท……………………..จำกัด โดย…………………ตัวแทน เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการจัดสรรที่ดินโฉนดข้างต้นของตัวการหรือเจ้าของโดยวิธีแบ่งขายเป็นแปลง ๆ มีขนาดกว้าง……………..เมตร ยาว………………..เมตร เพื่อความเหมาะสมเพื่อทำการขายให้ลูกค้าทั้งเงินสดหรือเงินผ่อนในราคาตารางวาละ……………..บาท (……………………) โดยตัวแทนจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1.1ทำถนนคอนกรีต  ท่อระบายน้ำ  พร้อมบ่อพักน้ำ   วางท่อประปา  ไฟฟ้าสายเมน  และทำการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่ได้มอบให้จัดสรรตามแผ่นที่ท้ายสัญญานี้  ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งสัญญานี้ด้วย  และทำการโฆษณาขายที่ดิน
1.2ตัวแทนจะต้องออกเงินทดรองจ่ายไปก่อน  โดยจะต้องจ่ายทดรองในอัตราส่วนร้อยละ…………เปอร์เซ็นต์   ของรายรับจากการขายที่ดิน หากตัวแทนได้จ่ายไปเกินกว่าอัตราที่ได้กล่าว ตัวแทนจะต้องรับผิดชอบต่อการจ่ายในส่วนที่เกินแต่เพียงฝ่ายเดียว

ข้อ2.บริษัท……………………………….จำกัดประกอบกิจการค้าจัดสรรที่ดิน มีใบอนุญาตประกอบการค้าและในอนุญาตจัดสรรที่ดินจากทางราชการตกลงรับมอบหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับตัวการหรือเจ้าของที่ดิน โดยตกลงจะดำเนินการตามที่กล่าวในข้อ 1 ข้อ 1.1 ข้อ 1.2 และตัวแทนรับรองและสัญญาว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับตัวการหรือเจ้าของโดยซื่อสัตย์สุจริตอย่างตรงไปตรงมาในทางการค้า

ข้อ 3.หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวแทน
3.1ตัวแทนจะจัดทำรายรับ  รายจ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินของเจ้าของหรือตัวการให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
3.2จัดทำบัญชีรายรับ  จากการขายที่ดินที่จัดสรรทั้งเงินสด และเงินผ่อนรวมยอดรายรับจากการขายแล้วปิดบัญชีของทุกสิ้นเดือนให้เสร็จภายในวันที่ 15 ของทุกเดือนถัดไป  แล้วนำส่งให้กับตัวการหรือเจ้าของร้อยละ 50% ของรายรับก่อน

ข้อ4.หน้าที่และความรับผิดชอบของตัวการหรือเจ้าของ
4.1ตัวการหรือเจ้าของตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่ตัวแทนร้อยละ 10% ของรายรับ  โดยให้ตัวแทนหักไว้ในบัญชีรายรับ
4.2ตัวการ หรือเจ้าของจะคืนเงินทดรองที่ตัวแทนได้จ่ายไป  โดยตัวแทนจะต้องแสดงหลักฐานการจ่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย
4.3ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเสียภาษี  ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับลูกค้า  ตัวการหรือเจ้าของจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ข้อ5.การทำสัญญาขายที่ดินที่จัดสรรให้กับลูกค้าหรือผู้จะซื้อ  ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่าซื้อ  หรือสัญญาจะซื้อจะขายและวางเงินมัดจำ  ตัวการหรือเจ้าของ  และตัวแทน  จะร่วมกันลงนามในสัญญาในฐานะเป็นคู่สัญญากับลูกค้าทุก ๆ รายไป

ข้อ6.การกำหนดราคาที่จะขายที่ดิน
6.1ราคาที่กำหนดไว้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยเจ้าของ  หรือตัวการได้รับข้อเสนอใหม่จากตัวแทน
6.2ราคาการขายที่ดินอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะของการตลาด

ข้อ7.การแบ่งแยกที่ดินออกเป็นส่วนของถนน  หรือการอุทิศถนนให้เป็นทางสาธารณะตามความเหมาะสม  ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือตัวการ
การแบ่งแยกแผนผัง  ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือตัวการโดยตัวแทนต้องทำรูปแผนที่หรือแผนผังมาให้เจ้าของตรวจดูและลงนามให้ความยินยอมจากเจ้าของหรือตัวการ

ข้อ8.เจ้าของที่ดิน  หรือตัวการจะไม่นำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปทำนิติกรรมอันใด ให้มีข้อผูกพันในกิจการอื่นอันจะทำให้เกิดความเสียหาย  ไม่ว่าแก่ตัวแทนหรือผู้ดำเนินการขายที่ดินแปลงดังกล่าวนี้

ข้อ9.ตัวการ หรือเจ้าของจะต้องไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน  เมื่อลูกค้าได้ชำระเงินครบถ้วนตามสัญญาแล้วทุกรายไป

ข้อ10.การบอกเลิกสัญญา
10.1ในกรณีที่ตัวแทนไม่ดำเนินการอันใดที่จะต้องกระทำในการขายที่ดินภายในเวลาอันสมควร  เจ้าของหรือตัวการมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้
10.2เจ้าของ หรือตัวการไม่ยอมดำเนินการแต่อย่างใดเมื่อตัวแทนร้องขอหรือนำที่ดินไปทำนิติกรรมอันมีภาระผูกพันอันจะทำให้เกิดความเสียหาย  ตัวแทนมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้
10.3ในกรณีที่ดินแปลงดังกล่าวถูกทางราชการเวณคืนทั้งแปลง  หรือบางส่วนอันไม่อาจจะดำเนินไปได้ตามสัญญานี้  คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้  โดยทั้งสองฝ่ายจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายต่อกันแต่อย่างใด

ข้อ11.การเรียกค่าเสียหาย
11.1คู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญา  มีสิทธิที่จะเรียกค่าเสียหายได้จากฝ่ายที่ผิดสัญญา
11.2ค่าเสียหายจะเรียกร้องได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงเท่านั้น
11.3ให้มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี   ของค่าเสียหายที่เรียกร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อ12.การส่งคำบอกกล่าว
การส่งคำบอกกล่าวใด ๆ ไปยังคู่สัญญาให้ส่งยังภูมิลำเนาที่ปรากฏอยู่ตามสัญญานี้  และให้ถือว่าเป็นการส่งคำบอกกล่าวที่ชอบด้วยกฎหมาย

หนังสือสัญญาแต่งตั้งตัวแทนฉบับนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความตรงกัน  ซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความของสัญญานี้ดีโดยตลอดแล้ว  และให้สัญญานี้มีผลบังคับใช้ถึงทายาทของเจ้าของหรือตัวการ  เพื่อเป็นหลักฐานคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ต่อหน้าพยาน

 

 

ลงชื่อ……………………………………….เจ้าของหรือตัวการ

(                                             )


ลงชื่อ……………………………………….ตัวแทน

(                                             )


ประทับตราสำคัญของตัวแทน             กรรมการผู้มีอำนาจ


ลงชื่อ……………………………………….พยาน

(                                             )


ลงชื่อ……………………………………….พยาน

(                                            )

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                              หนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองกรรมสิทธิ์ที่ดิน

 

เลขที่ดิน…………..….

หน้าสำรวจ………………..โฉนดเลขที่………………........

ตำบล.............อำเภอ..............จังหวัด.............

หนังสือสัญญาฉบับนี้ได้ทำเมื่อวันที่……เดือน…..……พ.ศ.………เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด………………….พร้อมด้วยผู้รู้เห็นเป็นพยานในระหว่าง……………..อายุ……ปี เชื้อชาติ…..…สัญชาติ……เป็นบุตร………(บิดา)…………(มารดา) อยู่บ้านเลขที่……..ถนน……………ตำบล………………อำเภอ……………..จังหวัด………………โดย………………เป็นผู้มอบฉันทะ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า“ผู้จำนอง”ฝ่ายหนึ่งกับ………………ในบังคับไทย ตั้งสำนักงานอยู่เลขที่………ถนน……...ตำบล…………อำเภอ………จังหวัด……………โดย………………..เป็นผู้รับมอบฉันทะซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับจำนอง” อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ยินยอมพร้อมใจและตกลงทำสัญญากันดังต่อไปนี้

ข้อ1.ด้วยผู้จำนองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินที่กล่าวข้างต้นได้ตกลงจำนองกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นกับบรรดาสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่แล้วในที่ดินรายนี้ในขณะนี้ หรือซึ่งจะได้มีขึ้นต่อไปในภายหน้าในที่ดินรายนี้ทั้งสิ้นไว้แก่ผู้รับจำนอง เป็นประกันเงินซึ่งผู้จำนองหรือ………………เป็นหนี้ผู้รับจำนอง อยู่ในเวลานี้ หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้าเป็นจำนวนเงินไม่เกิน……………บาท ในเรื่องเงินที่ผู้จำนอง หรือ………………จะได้เบิกไปจากผู้รับจำนองเกินกว่ายอดในบัญชีของผู้จำนอง หรือในบัญชีของ……………หรือในเรื่องเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้จำนองหรือ………………..เป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้ หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้าก็ตามกับค่าอุปกรณ์ คือดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง

ข้อ 2.ผู้จำนองยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้รับจำนอง ในอัตราร้อยละ………………..ต่อปี ในจำนวนเงินทั้งสิ้น ซึ่งผู้จำนองหรือ…… …………………………เป็นหนี้ผู้รับจำนองนั้นเงินดอกเบี้ยนี้จะได้คิดยอดเงินคงเหลือประจำวัน ซึ่งปรากฏในบัญชีของผู้รับจำนอง และผู้จำนองยอมส่งเงินดอกเบี้ยให้แก่ผู้รับจำนองทุก ๆ เดือนเสมอไป และถ้าผู้จำนองผิดนัดชำระดอกเบี้ยที่กล่าวนี้ ผู้จำนองยอมให้ผู้รับจำนองคำนวณดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบต้น ในบัญชีของผู้จำนองด้วย

ข้อ3.ผู้จำนองสัญญาว่า ในระหว่างสัญญาจำนองนี้ ถ้าผู้รับจำนองเห็นว่าทรัพย์ที่จำนองนี้มีราคาตกต่ำลงไปกว่าราคาในเวลาที่จำนองนี้ และเรียกผู้จำนองให้เอาทรัพย์อื่นมาจำนองเพิ่มอีกให้คุ้มพอกับจำนวนเงินที่ผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนอง ผู้จำนองจะต้องจัดเอาทรัพย์อื่นมาจำนองเพิ่มอีกให้คุ้มพอกับจำนวนหนี้ที่ผู้จำนองเป็นหนี้อยู่ ถ้าผู้จำนองบิดพลิ้วไม่ยอมปฏิบัติหรือไม่สามารถปฏิบัติตามความที่กล่าวมานี้ ผู้รับจำนองมีสิทธิจะเรียกให้ผู้จำนองชำระหนี้และบังคับจำนองได้ทันที

ข้อ4.ถ้าทรัพย์ที่จำนวนนี้บุบสลาย หรือต้องภัยอันตรายหรือสูนหายไป ซึ่งเป็นเหตุให้ทรัพย์นั้นเสื่อมราคา ไม่พอเพียงแก่การประกันหนี้ของผู้จำนอง ๆ จะต้องเอาทรัพย์อื่นที่มีราคาพอเพียงมาจำนองเพิ่ม ให้คุ้มพอกับจำนวนหนี้ที่ผู้รับจำนองเป็นหนี้อยู่โดยไม่ชักช้า ถ้าผู้จำนองบิดพลิ้วไม่ยอมปฏิบัติหรือไม่สามารถปฏิบัติตามความที่กล่าวมานี้ ผู้รับจำนองมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้จำนองชำระหนี้และบังคับจำนองได้ทันที

ข้อ5.เมื่อถึงกาลบังคับจำนองเอาทรัพย์ ซึ่งจำนองนี้ขายทอดตลาดได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกับค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังได้กล่าวแล้วนั้น เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใด หรือ เมื่อผู้รับจำนองเอาทรัพย์ที่จำนองหลุด และราคาทรัพย์ที่จำนองนี้ต่ำกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกับค่าอุปกรณ์ดังได้กล่าวแล้วนั้น เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใด ผู้จำนองยอมรับผิดใช้เงินที่ขาดจำนวนนั้นให้แก่ผู้รับจำนองจนครบจำนวน

ข้อ6.ภายหลังที่ผู้รับจำนองเอาทรัพย์สินที่จำนองนี้หลุดเป็นสิทธิ์โดยประการใด ๆ ก็ดี ปรากฏว่ามีหนี้เงินค่าภาษีอากรเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จำนองนี้ค้างอยู่สำหรับเวลาก่อนวันโอนมากน้อยเท่าใด และถ้าผู้รับจำนองต้องรับผิดรับใช้เงินค่าภาษีอากรนั้น ผู้จำนองต้องรับผิดชอบรับใช้เงินค่าภาษีอากรนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง พร้อมทั้งเงินอื่น ๆ ที่ผู้รับจำนองต้องเสียไป เนื่องในการที่ผู้รับจำนองต้องรับผิดใช้เงินค่าภาษีอากรเช่นนั้นด้วยโดยครบถ้วน

ข้อ7.ผู้จำนองสัญญาว่า จะรักษาซ่อมแซมตึกบ้านเรือนโรงและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามที่มีอยู่ในที่ดินรายนี้แล้ว หรือซึ่งจะได้ปลูกสร้างขึ้นต่อไปในภายหน้าให้มั่นคงและซ่อมแซมเอง

ข้อ8.ผู้จำนองสัญญาต่อไปว่า จะเอาประกันภัยทรัพย์ที่จำนองนี้ไว้กับบริษัทที่ผู้รับจำนองมีความพอใจภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทำสัญญานี้ เป็นจำนวนเงินเต็มตามราคาที่จำนองทุก ๆ ปี ที่สัญญานี้ยังมีต่อกัน เบี้ยประกันภัยที่จะต้องเสียแก่บริษัทผู้รับประกันมากน้อยเท่าใด ผู้จำนองยอมออกเงินของผู้จำนองเสีย ไม่เกี่ยวข้องแก่ผู้รับจำนองและผู้จำนองต้องมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้รับจำนองรักษาไว้ด้วย และเมื่อผู้รับจำนองเรียกร้องให้ผู้จำนองหลักกรมธรรม์ประกันภัยโอนสิทธิ์ที่จะรับค่าเสียหาย จากบริษัทรับประกันผู้จำนองก็ต้องปฏิบัติตาม

ข้อ9.ในระหว่างที่ทรัพย์สินรายนี้อยู่ในจำนองสัญญานี้ ผู้จำนองจะให้สิทธิประการใด ๆ แก่ผู้อื่นในทรัพย์สิทนที่จำนองนี้ เช่นว่า เช่าถือ อาศัย ปลูกสร้าง ทางเดินยืมเป็นต้น และอื่น ๆ อันเป็นการเสื่อมสิทธิของผู้จำนองเองในทรัพย์สินที่จำนองนี้ ผู้จำนองต้องได้รับความยินยอมอนุญาตจากผู้รับจำนองก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถ้าผู้จำนองได้ให้สิทธิประการใด ๆ ดังได้กล่าวไว้ข้างต้นนี้แก่ผู้อื่นไว้แล้ว ในเวลาที่ทำจำนองนี้ ผู้จำนองต้องแจ้งให้ผู้รับจำนองทราบโดยลายลักษณ์อักษรทันที และถ้าผู้จำนองจะต่ออายุสิทธิที่ได้ให้ไว้แล้วไปอีก ผู้จำนองจะต้องได้รับความยินยอมอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับจำนองก่อนการกระทำใด ๆ ที่ผู้จำนองได้กระทำฝ่าฝืนขัดขืนแต่สัญญาข้อนี้ไม่ผูกพันผู้รับจำนอง และผู้รับจำนองมีสิทธิที่จะปฏิเสธการกระทำเช่นนั้นของผู้จำนองได้ ทั้งผู้รับจำนองมีสิทธิจะบอกบังคับจำนอง เพราะผู้จำนองกระทำผิดสัญญาข้อนี้ได้โดยทันที

ข้อ10.ถ้าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในเรื่องกรรมสิทธิ์ของผู้จำนองในทรัพย์ที่จำนองนี้เมื่อใดผู้รับจำนองมีสิทธิจะเรียกให้ผู้จำนองชำระหนี้ และบังคับจำนองได้โดยทันที

ข้อ11.ถ้าผู้จำนองประพฤติผิด หรือไม่ประพฤติตามสัญญาแม้แต่ข้อหนึ่งข้อใด หรือ ทั้งหมด ผู้รับจำนองมีสิทธิจะเรียกให้ผู้จำนองชำระหนี้และบังคับจำนองได้โดยทันที

ข้อ12.ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นในการจำนอง และค่าไถ่ถอนจำนองผู้จำนองจะเป็นผู้เสียเองทั้งสิ้น
เจ้าพนักงานที่ดินได้ถามคู่สัญญาว่า ฝ่ายใด จะถือโฉนดไว้ในระหว่างที่สัญญากันนี้ทั้งสองฝ่ายตกลงยอมให้ผู้รับจำนองถือโฉนดที่ดินรายนี้

เพื่อเป็นหลักฐานแก่ข้อสัญญา เจ้าพนักงานที่ดินได้อ่านให้คู่สัญญาฟัง คู่สัญญาได้ตรวจหนังสือนี้ต่อหน้าพนักงานแล้วรับรองว่าถูกต้องตามประสงค์ทุกข้อ จึงได้พร้อมกันลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ ณ วัน เดือน ปี ที่ระบุไว้ข้างต้น

 

ลายมือชื่อ……………………………..ผู้จำนอง

(……………………………………..)

ลายมือชื่อ……………………………..ผู้จำนอง

(……………………………………..)

แทนตามหนังสือมอบ ล.ว…………………………..

ลายมือชื่อ……………………………..พยาน

(……………………………………..)

ลายมือชื่อ……………………………..พยาน

(……………………………………..)

หนังสือสัญญานี้ได้ทำเป็นสามฉบับ ความต้องกันรักษาไว้ที่สำนักงานที่ดินหนึ่งฉบับ ผู้จำนองรักษาไว้หนึ่งฉบับ ผู้รับจำนองรักษาไว้หนึ่งฉบับ ฉบับนี้สำหรับ………………………
เจ้าพนักงานที่ดิน
ประทันตราประจำตำแหน่งเป็นสำคัญ

 


กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

 

 

                                                                    หนังสือรับสภาพหนี้

 

หนังสือฉบับนี้ทำขึ้น ณ สำนักงานเลขานุการกรม สำนักงาน………………แขวง……………..เขต…………จังหวัด………เมื่อวันที่………เดือน……….พ.ศ………..โดย…………….อายุ………ปี อยู่บ้านเลขที่……….หมู่ที่……….ถนน……..……….แขวง………เขต/อำเภอ……………จังหวัด………………………ซึ่งต่อไปในหนังสือนี้จะเรียกว่า “ผู้รับสภาพหนี้”ขอทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่สำนักงาน…………..โดย…………เลขาธิการ…………..ซึ่งต่อไปในหนังสือนี้จะเรียกว่า “เจ้าหนี้” ดังมีข้อความต่อไปนี้

ข้อ1.ตามที่ผู้รับสภาพหนี้ได้ผิดสัญญาลาศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศที่ทำไว้กับเจ้าหนี้ตามสัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ ฉบับลงวันที่…….พ.ศ……..โดยมี…………..เป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งผู้รับสภาพหนี้จะต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวย………..บาท กับอีก………….ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่ได้กำหนดไว้ใน ข้อ 5 ของ
สัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ ฉบับลงวันที่………………………ดังกล่าวข้างต้น นับตั้งแต่วันที่………….ซึ่งเป็นวันถัดจากวันได้รับแจ้งจากเจ้าหนี้ จนถึงวันทำหนังสือรับสภาพหนี้ฉบับนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น………..บาท (……………..)ให้แก่เจ้าหนี้
ผู้รับสภาพหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้เจ้าหนี้ตามสัญญาฉบับที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจริงโดยจะไม่ขอถอนหนังสือรับสภาพหนี้ฉบับนี้ไม่ว่ากรณีใด ๆ

ข้อ2.จำนวนเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาที่ผู้รับสภาพหนี้ต้องรับผิดชอบชดใช้ตามข้อ 1 นั้น ผู้รับสภาพหนี้จะชำระเงินเป็นเงินบาทแทน โดยเทียบค่าเสมอภาคตามอัตราแลกเปลี่ยนในอัตราขายที่กำหนดโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด ของวันที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้นี้

ข้อ3.ในวันทำหนังสือนี้ ผู้รับสภาพหนี้ได้ชำระหนี้ตามข้อ 1 จำนวน…………..บาท(…………………) แล้วส่วนหนี้ที่เหลืออีก…… …………บาท(………………)
นั้นผู้รับสภาพหนี้ตกลงจะผ่อนชำระให้เจ้าหนี้ที่สำนักงาน……………………………….พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินหนี้ที่ยังค้างชำระอยู่ ให้แล้วเสร็จจนครบภายในกำหนด 5 ปี นับแต่วันทำหนังสือนี้โดยขอผ่อนชำระปีละงวงดังนี้
งวดที่ 1 จำนวน …………………..บาท (……………….)ภายในวันที่……….เดือน……………..พ.ศ………………
งวดที่ 2 จำนวน …………...……..บาท (…………….)ภายในวันที่……….เดือน……………..พ.ศ………………
งวดที่ 3 จำนวน …………………..บาท (…………….)ภายในวันที่……….เดือน……………..พ.ศ………………
งวดที่ 4 จำนวน ……………………..บาท (…………….)ภายในวันที่……….เดือน……………..พ.ศ………………
งวดที่ 5 จำนวน ……………………..บาท (…………….)ภายในวันที่……….เดือน……………..พ.ศ………………

ข้อ4.หากต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นในการส่งเงินหรือในการบังคับชำระหนี้ตามหนังสือนี้ ผู้รับสภาพหนี้ยินยอมเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น

ข้อ5.ในการทำหนังสือฉบับนี้ ผู้รับสภาพหนี้ได้นำหลักทรัพย์เป็นหนังสือค้ประกันของธนาคาร…………………เลขที่……………ลงวันที่……….เป็นจำนวนเงิน………………...…บาท(…………..) มามอบให้แก่เจ้าหนี้ เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติชำระหนี้ตามหนังสือนี้ หลักประกันดังกล่าวมีอายุประกันตลอดไปจนกว่าผู้รับสภาพหนี้จะหลุดพ้นจากข้อผูกพันตามหนังสือดังกล่าวลดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ผู้รับสภาพหนี้จะต้องนำมาเพิ่มเติมให้ครบจำนวนตามข้อนี้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากเจ้าหนี้
หลักประกันที่ผู้รับสภาพหนี้นำมามอบไวัตามวรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ที่จะคืนให้เมื่อผู้รับสภาพหนี้พ้นจากข้อผูกพันตามหนังสือนี้แล้วทุกประการ

ข้อ6.ถ้าผู้รับสภาพหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่งตามข้อ 3 หรือผิดเงื่อนไขด้วยประการใดก็ตามให้ถือว่าผู้รับสภาพหนี้ผิดนัด ในส่วนที่ค้างทั้งหมด และยอมให้เจ้าหนี้เรียกร้องเงินจำนวนที่ค้างชำระทั้งหมดจากผู้รับสภาพหนี้หรือจากธนาคารผู้ออกหนังสือสัญญาค้ำประกัน ตามข้อ 5 ได้ทันที โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน

หนังสือนี้ได้ทำขึ้น 2 ฉบับ มีข้อความตรงกัน ทั้งสองฝ่ายได้อ่านข้อความโดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ

 

(ลงชื่อ)…….…………………………….ผู้รับสภาพหนี้

(…………………………………….)

(ลงชื่อ)…….…………………………….เจ้าหนี้

(…………………………………….)
เลขาธิการ……………………………

(ลงชื่อ)…….…………………………….พยาน

(…………………………………….)

(ลงชื่อ)…….…………………………….พยาน

(…………………………………….)

(ลงชื่อ)…….…………………………….พยาน

(…………………………………….)

ข้าพเจ้าขอรับรองว่าไม่มีคู่สมรส (เป็นโสด/คู่สมรสตาย/หย่า) ในขณะทำหนังสือนี้

(ลงชื่อ)…….…………………………….ผู้รับสภาพหนี้

(…………………………………….)

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

 

 

                                                              หนังสือรับรองสถานะการสมรส

 

วันที่……..เดือน…………พ.ศ.…………

ข้าพเจ้า……………… อายุ………..ปีอยู่บ้านเลขที่…………ถนน……………ตำบล………………อำเภอ…………จังหวัด……………ขอให้คำรับรองโดยหนังสือฉบับนี้ต่อ………….…….ว่า ณ วันที่ข้าพเจ้าได้ทำสัญญา…………………ให้ไว้แก่………………… นั้น ข้าพเจ้ามิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายกับผู้หนึ่งผู้ใด   หากคำรับรองที่ข้าพเจ้าให้ไว้แก่………………………ดังกล่าวข้างต้นเป็นความเท็จเป็นเหตุให้……………….ได้รับความเสียหายข้าพเจ้ายินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่……………..จนครบถ้วนทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ลงชื่อ……………………………….ผู้ให้คำรับรอง

(                                                 )


ลงชื่อ……………………………….พยาน

(                                                 )


ลงชื่อ……………………………….พยาน

(                                                 )

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                              หนังสือรับรองสถานะการสมรส

 

วันที่……..เดือน…………พ.ศ.…………

ข้าพเจ้า……………… อายุ………..ปีอยู่บ้านเลขที่…………ถนน……………ตำบล………………อำเภอ…………จังหวัด……………ขอให้คำรับรองโดยหนังสือฉบับนี้ต่อ………….…….ว่า ณ วันที่ข้าพเจ้าได้ทำสัญญา…………………ให้ไว้แก่………………… นั้น ข้าพเจ้ามิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายกับผู้หนึ่งผู้ใด   หากคำรับรองที่ข้าพเจ้าให้ไว้แก่………………………ดังกล่าวข้างต้นเป็นความเท็จเป็นเหตุให้……………….ได้รับความเสียหายข้าพเจ้ายินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่……………..จนครบถ้วนทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ลงชื่อ……………………………….ผู้ให้คำรับรอง

(                                                 )


ลงชื่อ……………………………….พยาน

(                                                 )


ลงชื่อ……………………………….พยาน

(                                                 )

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                    หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์ทำการสมรส

 

หนังสือนี้แสดงว่าข้าพเจ้าผู้มีรายนามข้างท้ายนี้ยินยอมให้………(นามผู้จะสมรสซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ)ซึ่งเป็น………………ของข้าพเจ้า และซึ่งมีอายุ……………ปี ทำการสมรสกับ(บุตรหรือผู้อยู่ในปกครอง)……………………...ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ วันที่……เดือน……………พ.ศ.…......

 

ลงชื่อ......................................(ลงลายมือชื่อบิดามารดาหรือผู้ปกครอง)

 (                                            ) 


ลงชื่อ………………………………………..พยาน

(                                             )


ลงชื่อ………………………………………..พยาน

(                                            )


กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.


 

                                                            หนังสือยินยอมให้คู่สมรสทำนิติกรรม

 

วันที่..................…………

โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้า………………อายุ…..ปี อยู่บ้านเลขที่………ตำบล…………อำเภอ…….จังหวัด…………ซึ่งเป็นสามี/ภรรยาของ………………ขอให้ความยินยอม โดยหนังสือนี้ว่าให้………………สามี/ภรรยาของข้าพเจ้าทำนิติกรรม……………เพื่อเป็นหลักฐาน จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ ต่อหน้าพยาน

 

ลงชื่อ…………………………………..สามี/ภรรยาผู้ให้ความยินยอม

(                                               )


ลงชื่อ…………………………………..พยาน

(                                               )


ลงชื่อ…………………………………..พยาน

(                                               )


ขอรับรองว่า ลายมือชื่อข้างต้นเป็นลายมือชื่อ ของ……………………สามี/ภรรยา ข้าพเจ้าจริง

ลงชื่อ…………………………………..ผู้รับรอง (สามี/ภรรยา)

(                                                    )
………………/………………/……………


กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                           หนังสือยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม

 

ทำที่………………
วันที่………….เดือน………..พ.ศ……………

หนังสือฉบับนี้ข้าพเจ้า………………อยู่บ้านเลขที่……ถนน……………ตำบล/แขวง………อำเภอ/เขต…………จังหวัด…………ซึ่งเป็น (บิดามารดาหรือผู้ปกครอง) ของ………………ขอทำหนังสือฉบับนี้ขึ้นไว้เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าข้าพเจ้าได้รับทราบและยินยอมให้………………เป็นผู้มีอำนาจในการทำ (นิติกรรมสัญญา)………………………กิจการที่……………………..…ได้กระทำไปภายในขอบอำนาจของหนังสือยินยอมฉบับนี้ให้มีผลสมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมายทุกประการ

เพื่อเป็นหลักฐานแห่งความยินยอมนี้ ข้าพเจ้าได้ลงลายมือชื่อให้ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

 

ลงชื่อ…………………………………..ผู้ให้ความยินยอม

(…………………………………..)

ลงชื่อ…………………………………..พยาน

(…………………………………..)

ลงชื่อ…………………………………..พยาน

(…………………………………..)

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

                                                                หนังสือยินยอมของคู่สมรส

วันที่………เดือน……พ.ศ……….

ข้าพเจ้านาย/นาง………………เป็นสามี/ภรรยาของนาย/นาง………………ขอแสดงความยินดีให้สามี/ภรรยาของข้าพเจ้าดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภท…………………สำหรับอาคารเลขที่……ซอย…………ถนน………แขวง………เขต………กรุงเทพมหานคร กับ……………………ได้ตามประสงค์ จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

ลงชื่อ……………………………….คู่สมรสผู้ให้ความยินยอม

(                                          )


ลงชื่อ……………………………….พยาน

(                                         )


ลงชื่อ……………………………….พยาน

(                                        )


ข้าพเจ้าขอรบรองว่าลายมือชื่อของคู่สมรสผู้เช่าข้างต้นนี้  เป็นลายมือชื่อที่แท้จริงซึ่งได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าข้าพเจ้า และขอยืนยันให้เจ้าหน้าที่จดทะเบียนนิติกรรมรายนี้ต่อไปหากเกิดเหตุผิดพลาดเสียหายเนื่องจากการนี้ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองทุกประการ

ลงชื่อ……………………………….ผู้ให้เช่า

(                                            )


ลงชื่อ……………………………….ผู้เช่า

(                                           )


ลงชื่อ……………………………….เจ้าหน้าที่

(                                          )

 

กิตติ์รัฐ ประเสริฐฤทธิ์,This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สภาทนาย

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานอัยการสูงสุด

  • คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ